โลกเข้าสู่ช่วงที่ผู้รู้ผู้มีญาณผู้มี ธรรมหลายรูปต่างพูดคำเดียวกันจนตรงกันจน ขนลุกน้ำจะมาแบบไม่เคยมาคนจะตายมากกว่า ที่เคยตายโลกจะเตือนมนุษย์ด้วยน้ำก่อน เตือนด้วยไฟหลวงปู่ศิลาหลวงปู่สังวาลย์ หลวงปู่สนอง พูดคล้ายกันอย่างน่าประหลาดราวกับเห็น เหตุการณ์เดียวกันต่างสถานที่ต่างเวลาแต่ คำเตือนกลับตรงจนไม่อาจมองข้ามท่านทั้ง 3 พูดถึงความตายจำนวนมากน้ำท่วมใหญ่แบบไม่ เคยเกิดฟ้าฝนแปรปรวนผิดฤดูกาลแผ่นดิน เหนื่อยหายใจไม่ออกมนุษย์ต้องกลับมารู้ จักบุญอีกครั้งคำทำนายเหล่านี้กำลังสั่น สะเทือนหัวใจผู้ฟังในยุคนี้อย่างที่สุด
สามเณรผู้ได้ยินคำเตือนแรกของฟ้า ในคืนหนึ่งของสำนักปฏิบัติธรรมก่อนหลวง ปู่ศิลาจะมรณภาพหลายปีมีคำพูดหนึ่งที่ทำ ให้ศิษย์ใกล้ชิดถึงกับน้ำตาไหลในคืนที่ลม เย็นผิดปกติท้องฟ้าไร้ดวงดาวเสียงจักจั่น เงียบเป็นพิเศษหลวงปู่เรียกสามเณร 2 รูป เข้าไปไกลใกล้ๆแล้วพูดด้วยเสียงแผ่วแต่ หนักอึ้งว่าน้ำใหญ่กำลังเดินทางมาไม่ใช่ น้ำธรรมดาแต่เป็นน้ำที่ฟ้ามาเตือนมนุษย์ คนจะตายเยอะมากจำคำอาตมาไว้ สามเณร 2 รูปขนลุกแท้งตัวเพราะท่านไม่เคย ใช้คำว่าตายเยอะมากมาก่อนเลยในชีวิตท่าน หลับตาแล้วพูดต่อว่าน้ำจะมาก่อนแล้วไฟจะ ตามมาคนจะตายด้วยน้ำก่อนตายเพราะไฟทีหลัง
เป็นการล้างโลกครั้งที่มนุษย์ต้องได้เห็น กับตาสามเณรกลั้นเสียงสะอื้นไม่ได้เพราะ รู้ว่าหลวงปู่ไม่เคยพูดเล่นและคำทำนายของ ท่านไม่เคยผิด คำทำนายที่ 2 หลวงปู่สังวาลย์ หลายปีต่อมาที่อีกจังหวัดหนึ่งหลวงปู่ สังวาลย์พูดถึงมหานน้ำเช่นกันในเทศน์ หนึ่งท่านกล่าวด้วยเสียงจริงจังที่สุด ตั้งแต่บวชมาน้ำท่วมคราวหน้าไม่เหมือน ครั้งไหนๆจะท่วมแบบกินบ้านกินเมืองหรือ ชีวิตคนเป็นล้านฟ้าให้มนุษย์รู้ว่าไม่มี อะไรแน่นอนเลยแม้แต่อย่างเดียว ลูกศิษย์คนหนึ่งถามว่าหลวงปู่มันจะหนัก แค่ไหนครับท่านตอบโดยไม่หันหน้าเพียงถอน หายใจแล้วพูดว่าหนักจนคนที่อยู่บนหลังคา อย่างไม่ปลอดภัยหนักจนเรือหายหนักจนฟ้า
ร้องเหมือนคนร้องไห้หนักจนคนดีต้องช่วยคน ชั่วหนักจนคนใจดำต้องขอความเมตตาหนักจน โลกต้องหยุดเพื่อฟังเสียงฟ้าคำพูดนั้นทำ ให้คนฟังถึงกับตัวชาเพราะมันไม่ใช่คำ เตือนธรรมดาแต่มันคือประกาศของฟ้า คำทำนายที่ 3 หลวงปู่สนอง ที่อีกวัดหนึ่งห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมต หลวงปู่สนองพูดคล้ายกันจนแทบจะเหมือนกัน ระหว่างสนทนาธรรมลูกศิษย์ถามท่านว่าอนาคต โลกจะเป็นอย่างไรครับหลวงปู่ท่านนั่งนิ่ง ไปนานก่อนพูดเพียงไม่กี่คำแต่ทุบใจคนทั่ว ศาลา จะมีน้ำมาเอาคนไปเป็นหมื่นเป็นแสน โลกต้องล้างคนต้องรู้จักบุญให้มากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รอด ไม่มีใครในศาลากล้าหายใจแรงเพราะทุกคำของ
ท่านหนักจนจิตสั่น 3 คำทำนายเดียวกันต่างสถานที่แต่เหมือน กันทุกประโยค น้ำใหญ่ คนจะตายเยอะ น้ำมาเพื่อเตือนมนุษย์ ฟ้าจะจัดสมดุลโลก ทั้ง 3 หลวงปู่ไม่สนิทกันไม่เคยเจอกัน อยู่ต่างยุคต่างอำเภอต่างจังหวัดแต่คำ ทำนายกลับเหมือนกันทุกแกนหลัดศิษย์หลายคน ถึงกับพูดว่า ทำไมคำของ 3 หลวงปู่ถึงตรงกันทุกคำ หรือฟ้ากำลังเตือนจริงๆ และเมื่อรวมคำทำนายทั้งหมดมันกลายเป็นภาพ ใหญ่ของไผภัยพิบัติที่ทั่วโลกเริ่มพบแล้ว ในตอนนี้ เหตุผลที่ฟ้าต้องล้างโลกด้วยน้ำ หลวงปู่ศิลาเคยอธิบายว่า น้ำคือตัวแทนของความสะอาดฟ้าใช้ล้างใจคน ล้างความโลภล้างความหลงล้างความตระหนี่
ล้างความลืมบุญแล้วมนุษย์จะเริ่มเห็นความ จริงของชีวิต หลวงปู่สังวาลย์กล่าวว่า น้ำจะทำให้มนุษย์หันหน้าเข้าหากันและหัน หน้ากลับไปหาฟ้า หลวงปู่สนองกล่าวว่า ถ้าไม่ล้างด้วยน้ำโลกจะร้อนตายเพราะไฟ ฟ้าจึงต้องใช้น้ำก่อน คำสอนทั้ง 3 ประโยคเหมือนจิ๊กซ่อที่ ประกอบกันเป็นภาพเดียวกันชัดเจน สัญญาณเตือนก่อนมาหาน้ำ ทั้ง 3 หลวงปู่พูดตรงกันว่าจะมีสัญญาณ 7 อย่าง 1 ฝนตกผิดฤดูกาล ตกตอนที่ไม่ควรตกแบบตั้งคำถามว่านี่ฤดู อะไรกันแน่ 2 น้ำทะเลขึ้นสูงกว่าปกติหลายเท่า แม้ไม่มีพายุ 3 แม่น้ำแห้ง แต่พอถึงเวลาจะขึ้นอย่างรวดเร็วเกิน ธรรมชาติ 4. สัตว์น้ำจำนวนมากว่ายหนีเข้าฝั่ง
คล้ายเตือมนุษย์ 5. ไม่มีลักษณะแปลก คล้ายกำแพงคล้ายงูคล้ายม้วนผ้า 6 คนเริ่มฝันถึงน้ำพร้อมกันจำนวนมากโดย ไม่ได้นัดกัน 7 พระหลายรูปพูดคำคล้ายกันโดยไม่ได้นัด กันเช่นกัน สัญญาณเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นพร้อมกันใน หลายประเทศในเวลานี้ ฝาเริ่มเปิดบัญชี ปี 2569-2570X คือช่วงที่โลกจะสอนมนุษย์ด้วยน้ำสอนด้วย ความสูญเสียและสอนให้มนุษย์รู้ว่าชีวิต นี้ไม่ใช่ของเราแต่เป็นของฟ้า หลวงปู่ศิลาทิ้งท้ายไว้ว่า ถ้ามนุษย์ไม่กลับมาทำบุญฟ้าจะย้ำจนมนุษย์ จำ หลวงปู่สนองภาพนิมิตที่ไม่มีใครอยากเชื่อ หลวงปู่สนองเล่าว่าระหว่างนั่งภาวนาท่าน
เห็นภาพนึงที่ทำให้ถึงกับต้องถอนหายใจ 3 ครั้งภาพของผู้คนจำนวนมหาศาลกำลังว่ายลอย คอในน้ำซากบ้านลอยเต็มแม่น้ำมีเสียงร้อง ขอชีวิตดังเจ็บปวดแต่เสียงฟ้ากลับดังกลบ หมดท่านกล่าวว่าฟ้าไม่ได้ใจร้ายฟ้าแค่ทำ ให้มนุษย์เห็นว่าชีวิตสั้นกว่าที่มนุษย์ คิดมากนักลูกศิษย์ถามว่าเกิดขึ้นเมื่อ ไหร่ครับหลวงปู่ ท่านตอบว่าเมื่อมนุษย์หยุดเกรงกลัวบาป เมื่อน้ำใสกลายเป็นคุณเมื่อคนไม่ไหว้ฟ้า เมื่อคำโกหกมากกว่าความจริงก็เตรียมรับ น้ำได้เลยคำพูดนั้นทำให้คนในศาลาขนลุก พร้อมกันเพราะมันคือสภาพของโลกในตอนนี้ แทบทุกข้อเหตุผลที่คำทำนาย 3 หลวงปู่ตรง
กันโดยไม่ได้หนักผู้รู้หลายคนเคยสงสัยว่า ทำไมพระผู้ปฏิบัติ 3 รูปนี้ถึงพูดคำทำนาย เหมือนกันทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแม้ แต่น้อยแต่หลวงปู่ศิลาเคยตอบคำถามนี้ไว้ สั้นๆว่าฟ้าเดียวกันย่อมบอกคนที่ฟ้าคัด เลือกให้บอกถ้าฟ้าจะเตือนโลกก็ต้องเตือน ผันหลายปากเพื่อให้มนุษย์เชื่อว่ามีจริง คำตอบนั้นเหมือนกุญแจไขปริศนาที่ทุกคน สงสัยมานานทันทีคืนที่ 3 หลวงปู่เห็นภาพ เดียวกันนี่คือสิ่งที่ขนลุกที่สุดเพราะ บันทึกสิทธิ์ใกล้ชิดบอกตรงกันว่าคืนหนึ่ง ในหลายปีที่ต่างกันแต่ทั้ง 3 หลวงปู่ต่าง พูดประโยคเดียวกันในคืนใกล้วันเดียวกัน ฟ้าร้องไม่ใช่เพราะฝนฟ้าร้องเพราะน้ำ
กำลังขยับตัวหลวงปู่ศิลาพูดในกุฏิกลางป่า หลวงปู่สังวาลย์พูดในศาลาใหญ่หลวงปู่สนอง พูดในกระท่อมปฏิบัติธรรมเล็กๆ 3 สถานที่ 3 ช่วงเวลา 3 รูปแบบแต่ประโยคเดียวกันนี่ ไม่ใช่ความบังเอิญแต่คือการเตรียมตัวของ ฟ้าสาเหตุที่มหาน้ำต้องเกิดตามคำทำนาย ทั้ง 3 มนุษย์ไม่กลัวบาปไม่กลัวกรรมโลก เสียสมดุลมากเกินไปดินน้ำลมไฟทำงานผิด จังหวะผู้คนหันหลังให้ทำความโลภสะสมจนฟ้า ต้องตัดวงจรมนุษย์เอาเปรียบกันมากเกินไป คนดีถูกกดคนชั่วเสวยสุขกรรมหมู่กำลังขึ้น บัญชีพร้อมกันหลวงปู่ศิลาพูดหนักที่สุด ว่ามนุษมนุษย์ทำโลกพังมากกว่าที่คิดฟ้าจะ คืนสมดุลไม่ช้าและคืนด้วยน้ำก่อนเสมอฟ้า
เริ่มนับถอยหลังจากคืนที่เงาฟ้าปรากฏหลวง ปู่ศิลาพูดเพียงประโยคเดียวที่ทำให้ศิษย์ ทั้งวัดตัวชามหานไม่ใช่อนาคตไกลแต่มัน เดินอยู่แล้วเพียงแต่ยังไม่ถึงประตูบ้าน มนุษย์และท่านย้ำว่าคนจะตายเยอะมากไม่ใช่ เพราะน้ำแต่เพราะไม่ฝังฟ้า คืนที่คำทำนายเริ่มขยับและนี่คือตอนที่ ผู้เฒ่า 3 รูปพูดตรงกันจนขนลุกที่สุดคืน หนึ่งในช่วงเข้าพรรษาที่ลมเย็นประหลาดพัด แรงกว่าปกติมีพระลูกศิษย์รูปหนึ่งบันทึก ไว้ว่าคืนนั้นหลวงปู่ทั้ง 3 พูดถึงเรื่อง เดียวกันโดยไม่มีการนัดหมายไม่มีใครบอก ใครแต่คำที่ออกจากปากเหมือนถอดมาจาก หนังสือเดียวกันทุกประโยคคือคำว่าน้ำจะมา
แบบไม่มีใครตั้งตัวและคนจะตายเยอะมาก 1 หลวงปู่ศิลาบอกกับศิษย์ไว้ว่าข้าเห็นเงา น้ำสูงเท่าต้นงิ้วเห็นบ้านหล่อยเห็นเมือง หายและได้ยินเสียงคนร้องขอชีวิตไม่ใช่ ธาตุน้ำธรรมดาแต่น้ำที่มีแรงกรรมอยู่ใน นั้นท่านบอกว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ใช่ เพราะธรรมชาติแต่เพราะมนุษย์ทำลายสมดุล ของธรรมชาติจนอิ่มตัวแล้วถึงเวลาที่ฟ้าจะ ทวงกลับคืนและท่านยังกล่าวประโยคที่ทำให้ ศิษย์ทุกคนน่าซีดคนจะตายเยอะมากและส่วน ใหญ่ตายเพราะไม่เชื่อคำเตือน 2 หลวงปู่ สังวาลย์ท่านบอกว่าฝนที่ตกปีนั้นจะไม่ใช่ น้ำฝนแต่เป็นมีดแห่งชะตาฟ้าจะฟันลงมาตรง ไหนตรงนั้นจะจมและคนจะหนีไม่ทันท่านยัง
ตื่นเตือนว่าพื้นที่ที่คิดว่าไม่เคยท่วม จะท่วมก่อนพื้นที่ที่เคยรอดจะกลับเป็นที่ ตายก่อนใครและคนที่อยู่สูงจะรอดน้อยกว่า ที่คิดเพราะท่านเห็นภาพชัดว่าฟ้าไม่ได้ ไหลลงอย่างเดียวแต่น้ำจะพุ่งขึ้นจากใต้ ดินเหมือนแผ่นดินหายใจแรงครั้งสุดท้าย 3 หลวงปู่สนองท่านเล่าว่าได้ยินเสียงดังใน ธรรมเหมือนเสียงแผ่นดินร้องเสียงที่ไม่มี ใครเคยได้ยินเสียงที่ไม่ใช่ฟ้าผ่าไม่ใช่ ลมแต่เป็นเสียงของโลกที่เหนื่อยจนเริ่ม ส่งสัญญาณท่านเล่าว่าเสียงนั้นบอกว่าเวลา ของโลกใกล้กลับด้านสิ่งที่อยู่บนจะถูกดึง ลงสิ่งที่อยู่ล่างจะถูกผลักขึ้นและน้ำคือ ประตูแรกที่จะเปิดความจริงทั้งหมดหลวงปู่
สนองพูดตรงกับอีก 2 รูปว่าคนจะตายเยอะ เพราะประมาทเพราะไม่ฟังเสียงเตือนเพราะ คิดว่าโลกจะเหมือนเดิมตลอดไป 4. ความขน ลุกที่ทำให้ศิษย์ทุกคนเงียบทางวัดเมื่อ คัดคำทำนายของทั้ง 3 รูปมาวางเทียบกัน ศิษย์ทุกคนตกใจเพราะมันตรงกันจนไม่อาจ เป็นเรื่องบังเอิญได้เห็นน้ำสูงเท่าต้น งิ้วเหมือนกันเห็นคนตายมหาศาลแบบไม่ทัน ตั้งตัวเหมือนกันเห็นเสียงแผ่นอินร้อง เหมือนกันเห็นฝนที่ไม่ใช่ฝนเหมือนกันและ เห็นปีที่โลกเริ่มกลับด้านเหมือนกันแต่ ประโยคที่น่ากลัวที่สุดคือประโยคที่ทั้ง 3 รูปพูดตรงกันโดยไม่ได้นัดหมายคือคนจะตาย เยอะมากเพราะไม่เชื่อคำเตือนและทั้งหมด
ชี้ไปที่ยุคหลังปี 2569 เป็นต้นไปนี่คือ ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของโลกปีแห่งความ จริงปีแห่งการทวงคืนของธรรมชาติปีแห่งการ ชำระกรรมของมนุษย์ 5. สัญญาณเริ่มต้นพลัง งานของดินและน้ำเริ่มขยับหลวงปู่ทั้ง 3 ทำนายตรงกันว่าก่อนที่น้ำใหญ่จะมาก่อนจะ มี 3 ปรากฏการณ์ชัดเจน 1 ฝนตกแบบผิด ฤดูกาลหลายเดือนปิดตกทั้งวันทั้งคืนตกจน ไม่มีแดดตกจนเหมือนฟ้าครอบแผ่นดินไว้ 2 สัตว์น้ำหนีขึ้นบกโดยไม่มีเหตุผลปลางู เต่าจะขึ้นมาอยู่บนพื้นดินเป็นจำนวนมาก สัตว์ 3 ดินในบางพื้นที่จะยุบตัวแบบไม่ รู้สาเหตุทั้งกลางทุ่งกลางถนนกลางหมู่ บ้านเหมือนโลกกำลังหายใจแรงครั้งสุดท้าย
เมื่อทั้ง 3 เหตุการณ์ปรากฏพร้อมกันนั่น หมายถึงน้ำลูกใหญ่กำลังออกเดินทางแล้ว 6 คืนที่ฟ้าส่งสัญญาณเริ่มนับถอยหลัง หลวงปู่ศิลาเคยพูดว่าในคืนที่ลมพัดย้อน ทิศในคืนที่ฟ้ามืดเร็วเร็วกว่าปกติในคืน ที่เสียงนกเงียบทั้งป่าจงรู้ไว้ว่าฟ้า กำลังนับถอยหลังและมนุษย์จะไม่มีเวลา เตรียมตัวมากอย่างที่คิดท่านพูดต่อว่า ใครไม่มีบุญรักษาจะหนีไม่คันใครสร้างกรรม ไว้มากจะถูกน้ำหาเอง 7 ทำไมท่านทั้ง 3 ถึงพูดเหมือนกันหมด ศิษย์ถามหลวงปู่สังวาลย์ว่าเหตุใดจึงตรง กันขนาดนี้ครับหลวงปู่ท่านเพียงตอบสั้นๆ ว่าของใหญ่ฟ้าย่อมบอกผู้ที่ได้ยินถ้าไม่
ได้ยินก็แปลว่าไม่ใช่หน้าที่เขา คำนี้สะเทือนใจทุกคนในวันนั้นเมื่อฟ้า สั่งน้ำจะมาแบบไม่ใช่น้ำจะมาแบบคำทวงคืน และคนจะตายเยอะเพราะไม่เชื่อไม่ฟังไม่ เตรียมตัวและนี่คือ EP 3 คำทำนายที่ เริ่มขยับสัญญาณที่เริ่มดังและโลกที่ เริ่มเปลี่ยนโดยที่มนุษย์ยังไม่รู้ตัว คืนที่ฟ้าปิดประตู The Night Heaven shot gate คือหนึ่งในตนปีที่ผู้เฒ่าทั้งหลายบอกว่า เป็นปีที่โลกจะเปลี่ยนหน้าลมทั้ง 4 ทิศ เริ่มพัดสวนกันแบบผิดวิถี เสียงสัตว์ทั้งป่าเงียบลงแบบไม่มีสัญญาณ แม้แต่หมาแมวนกกาต่างหยุดส่งเสียงเหมือน กำลังเงี่ยหูฟังบางอย่างที่มนุษย์ไม่ได้ ยินศิษย์ผู้ดูแลวัดเล่าว่าคืนนั้นไม่ใช่
แค่เงียบแต่มันเป็นความเงียบที่รู้สึก เหมือนฟ้าหยุดหายใจ แค่ลมพัดก็ทำให้ขนทั้งตัวลุกเพราะมันไม่ ใช่ลมธรรมดาแต่เป็นลมที่เหมือนมีความหมาย และนั่นคือคืนที่หลวงปู่ศิลาหลวงปู่ สังวาลย์หลวงปู่สนองพูดคำเดียวกันแบบไม่ ได้นัดหมายว่าฟ้าปิดประตูแล้ว 1 หลวงปู่ศิลาค่ำนี้กรรมของโลกเริ่มนับ จริงหลวงปู่ศิลาเอามือลูบพื้นดินช้าๆ เหมือนกำลังฟังเสียงใต้โลกแล้วท่านฮูกว่า ฟ้าเพิ่งปิดประตูเมื่อครู่ประตูที่มนุษย์ ใช้ขอผ่อนขอผลัดขอเวลาประตูนั้นปิดแล้ว นับแต่นี้ไปใครสร้างอย่างไรจะได้อย่าง นั้นทันที นี่คือคำที่ทำเอาสิทธิ์หลายรูปน่าซีด เพราะหมายความว่ากรรมที่เคยช้าจะเร็วขึ้น
กรรมที่เคยเบาจะแรงขึ้นกรรมที่เคยรอ 10 ปีจะเกิดภายในคืนเดียวท่านย้ำว่าตั้งแต่ ค่ำนี้ไปโลกไม่ได้รอมนุษย์อีกแล้ว 2 หลวงปู่สังวาลย์ยามที่ฟ้าปิดน้ำจะ เริ่มเคลื่อน หลวงปู่สังวาลย์มองไปทางทิศตะวันออกแล้ว พูดว่าลมที่ย้อนทิศคือสัญญาณแรกของการปิด ประตูฟ้าเมื่อฟ้าปิดน้ำจะเริ่มเดินดินจะ เริ่มขยับและกำน้ำจะเริ่มออกเดินทางหาผู้ สร้างมันท่านพูดต่อว่าปีที่ฟ้าปิดผู้คนจะ ตายเพราะน้ำมากที่สุดและตายเพราะเตือน แล้วไม่ฟัง น้ำที่ท่านพูดถึงไม่ใช่น้ำธรรมดาแต่น้ำ ที่มีงานทำน้ำที่รู้ทิศทางน้ำที่หาคนที่ ถึงเวลาท่านบอกว่าน้ำลูกนั้นออกเดินทาง แล้ว
3 หลวงปู่สนองเสียงสุดท้ายก่อนโลก เปลี่ยนหน้า คืนนั้นหลวงปู่สนองเล่าว่าท่านได้ยิน เสียงเหมือนแผ่นดินร้องเบาๆเสียงที่ มนุษย์ทั่วไปไม่เคยได้ยินเสียงที่ทำให้ หัวใจท่านสั่นอยู่ข้างใน เสียงนั้นบอกว่าถึงเวลาแล้วถึงเวลาที่โลก จะสะบัดเคราะห์ถึงเวลาที่ธรรมชาติจะยึด คืนพื้นที่ของมันท่านพูดประโยคหนึ่งที่ทำ ให้ศิษย์หลายรูปน้ำตาไหล ฟ้าไม่ได้โกรธมนุษย์ฟ้าแค่ทนไม่ไหวแล้ว และคำที่น่ากลัวที่สุดคือคนจะตายเยอะมาก ไม่ใช่เพราะน้ำแต่เพราะบุญไม่พอจะช่วยตัว เอง 4 คืนนั้นมีปรากฏการณ์ 3 อย่างที่ทำ ให้รู้ว่าฟ้าปิดจริง 1 ลมพัดสวนทิพย์ พร้อมกัน 3 ด้านเหมือนลมหอบขาวร้ายมา 2
กลิ่นดินเปลี่ยนไปเหมือนดินกำลังจะร้อง ออกมาพระหลายรูปบอกว่ากลิ่นดินคืนนั้น หนักผิดปกติ 3 พระจันทร์มีเงามัวคล้ายแสงถูกปิดนัก ดาราศาสตร์อธิบายไม่ได้แต่หลวงปู่ศิลาบอก ว่าฟ้ากำลังปิดม่านตอนนั้นเองหลวงปู่ทั้ง 3 พูดตรงกันว่าเมื่อม่านฟ้าปิดครบ 3 ชั้นน้ำจะขึ้นแบบไม่ถามใครอีกแล้ว 5 ทำไม ฟ้าต้องปิดประตู 3 หลวงปู่ตอบตรงกันว่าหลวงปู่ศิลาบอกว่า เพราะมนุษย์ขอแต่ไม่เคยให้กลับ หลวงปู่สังวาลย์บอกว่าเพราะมนุษย์ทำลาย สิ่งที่ฟ้าสร้างไว้มากเกินไป หลวงปู่สนองบอกว่าเพราะมนุษย์ไม่ฟังคำ เตือนเลยทั้ง 3 รูปจึงพูดคำเดียวกันว่า ฟ้าปิดประตูเพื่อให้กรรมทำงานไม่ใช่เพื่อ
ทำร้ายใครแต่เพื่อคืนความยุติธรรมให้โลก 6 คืนที่ฟ้าปิดคือคืนที่ทุกอย่างเริ่มต้น จริงๆหลังจากประตูฟ้าปิดจะเกิดสิ่งต่อไป นี้ตามคำทำนายของทั้ง 3 รูป 1 ฝนจะผิดฤดู แบบหาคำอธิบายไม่ได้และตกแรงขึ้นเรื่อย 2 น้ำจะขึ้นจากใต้ดินก่อนที่จะไหลจากแม่ น้ำคล้ายโรคเป่าลมหายใจแรงจากข้างใต้ 3 ไฟกับน้ำจะมาในปีเดียวกันไฟป่ารุนแรงน้ำ ท่วมหนักเดือนเดียวกันประเทศเดียวกัน 4. ดินจะยุบเป็นหลุมจำนวนมากขึ้นทุกปีและจะ ไม่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่แน่นอน เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดครบคือสัญญาณว่าน้ำ ใหญ่ที่หลวงปู่ทั้ง 3 เห็นกำลังเข้าใกล้ เต็มที 7 คำปิดท้าย EPC คำเตือนที่หนัก
ที่สุด 3 หลวงปู่พูดตรงกันแบบไม่ต้องปรึกษาและ พูดในคืนเดียวกันว่าต่อจากคืนที่ฟ้าปิด ประตูคนจะรอดเพราะบุญไม่ใช่เพราะอยู่สูง ไม่ใช่เพราะมีเงินแต่เพราะบุญที่สะสมไว้ ถึงเวลาออกหน้า และประโยคสุดท้ายของ EP 4 ที่สั่นหัวใจ ที่สุดฟ้าปิดประตูเพื่อให้กรรมเปิดทาง มนุษย์จะรู้ว่าไม่มีใครหนีความจริงได้ เมื่อถึงเวลาที่โลกต้องชำระนี่คือคืนที่ ฟ้าปิดประตูคืนที่โลกเริ่มสั่นคืนที่น้ำ เริ่มเคลื่อนและคืนที่คำทำนายของหลวงปู่ ทั้ง 3 เริ่มเข้าสู่ความจริงทีละก้าวตอน ที่ 5 ปีที่น้ำเริ่มกินแผ่นดิน หลังจากคืนที่ฟ้าปิดประตูปีถัดมาคือปีที่ ผู้เฒ่าทั้ง 3 รูปเตือนหนักที่สุดปีที่
ฟ้าจะให้ธรรมชาติทำงานจริงและปีที่น้ำ เริ่มแสดงตัวในแบบที่มนุษย์ไม่เคยเห็นมา ก่อนผู้เฒ่าคนหนึ่งในหมู่บ้านเล่าว่าปี นั้นโลกเหมือนเปลี่ยนหน้าฟ้าไม่เหมือนฟ้า แผ่นดินไม่เหมือนเดิมและน้ำไม่เหมือนน้ำ ที่เคยรู้จักนี่คือปีที่นิมิตของหลวงปู่ ทั้ง 3 เริ่มปรากฏขึ้นทีละพ่อจนหลายพื้น ที่เริ่มเชื่อว่าน้ำใหญ่กำลังเดินมาถึง จริงๆ 1 สัญญาณแรกฝนที่ตกแบบไม่มีหยุดปีนั้นฝน ตกตั้งแต่เดือนที่ควรแล้งตกแรงจนต้นไม้ ที่เคยทนแล้งตายก่อนตกจนท้องฟ้าทั้งแผ่น ดินไม่เห็นแสงตะวันหลายสัปดาห์ติดหลวงปู่ สังวาลย์บอกว่านี่คือฝนที่ฟ้าสัตว์ ไม่ใช่ฝนของฤดูกาลมันตกเพื่อเปิดทางให้ ปฏิกิริยาน้ำลูกใหญ่ฝนนี้เรียกว่าฝนเปิด
ทางฝนที่ทำให้ดินอ่อนทำให้ภูเขาเริ่มล้า ทำให้ลำน้ำเริ่มล้นและทำให้ประตูน้ำ ธรรมชาติเริ่มแตกตัวทีละจุด 2 สัญญาณต่อ มาคือน้ำที่ขึ้นจากใต้ดินก่อนแม่น้ำจะล้น นี่คือเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้คนเริ่มขนลุก เพราะน้ำไม่ได้ไหลมาจากแม่น้ำเหมือนทุกปี แต่มันผุดขึ้นจากใต้ดินกลางทุ่งกลางหมู่ บ้านกลางถนนหลุมหยุบในหลายแห่งเต็มไปด้วย น้ำใสน้ำไหลเหมือนมีต้นกำเนิดใหม่ใต้ดิน และมันมากขึ้นเรื่อยๆหลวงปู่ศิลาบอกว่า นี่คือน้ำที่โลกปล่อยขึ้นมาชำระเป็นน้ำ กรรมไม่ใช่น้ำฝนเมื่อผุดขึ้นแปลว่าดินไม่ ไหวแล้วและท่านเตือนอีกว่าเมื่อดินอ่อน และน้ำขึ้นพร้อมกันแผ่นดินจะเริ่มถูกกิน
ทันทีท่านบอกว่าเมื่อดินหยุบน้ำจะตามเข้า ไปอย่างรวดเร็วเหมือนลมหายใจสุดท้ายของ แผ่นดินได้เป่าเรียกน้ำมา 4 ปีที่แผ่นดิน เริ่มถูกกัดกินตามเส้นกรรมของมนุษย์หลวง ปู่ทั้ง 3 รูปเห็นตรงกันว่าน้ำไม่ได้มา แบบสุงแต่มาตามเส้นกรรมของเมืองนั้นๆหลวง ปู่สังวาลย์เคยพูดไว้ว่าเมืองใดปล่อยน้ำ เสียลงแม่น้ำเมืองนั้นจะถูกน้ำกลับมากิน เป็นที่แรกหลวงปู่ศิลาบอกว่าที่ใดตัดปาก เกินกำลังธรรมชาติที่นั่นจะกลายเป็นแอ่ง รับน้ำโดยฟ้าไม่ถามหลวงปู่สนองเสริมว่า น้ำจะกินแผ่นดินตามกรรมหมู่ไม่ใช่ตาม แผนที่ และปีนี้สิ่งที่ท่านพูดเริ่มเกิดขึ้นจริง
ทีละข้อ 5 เมืองที่ไม่เคยท่วมกลับท่วม ก่อนคำทำนายเริ่มสำแดงหลายจังหวัดหลาย ตำบลที่คนพูดกันว่าที่นี่ไม่มีวันท่วม กลับเป็นพื้นที่แรกที่น้ำกินจนคนหนีไม่ ทัน น้ำทะลุบ้านทะลุรั้วทะลุแม้กระทั่งถนน คอนกรีตแข็งเหตุการณ์นี้ทำให้หลายคนย้อน มองคำของหลวงปู่ศิลาสิ่งที่คิดว่าปลอดภัย ที่สุดจะเป็นที่แรกที่สูญก่อนใคร 6 ทำไม ปีนี้น้ำถึงกินเร็วขึ้นหลวงปู่ศิลาให้คำ ตอบไว้ชัดมากว่าเพราะประตูฟ้าปิดแล้วโลก ไม่ยืดเวลาให้มนุษย์อีกต่อไปท่านยำว่า ปกติน้ำใหญ่ต้องใช้เวลาหลายปีแต่ปีนี้มัน ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนเพราะโลกกำลัง เร่งตัวเองเพื่อเข้าสู่ยุคใหม่ยุคที่หลวง ปู่ทั้ง 3 เคยพูดตรงกันว่ายุคที่คนบุญ
อยู่ได้คนบาปอยู่ยากคนกลางๆจะต้องตัดสิน ใจว่าจะยืนข้างไหน 7 ปีที่น้ำเริ่มกิน แผ่นดินไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นผู้เฒ่าทั้ง 3 รูปพูด ตรงกันว่าปีนี้เป็นเพียงปีแรกของ ปรากฏการณ์ไม่ได้รุนแรงที่สุดแต่น่ากลัว ที่สุดเพราะมันคือจุดเริ่มต้นหลวงปู่ศิลา บอกว่าปีที่น้ำเริ่มกินแผ่นดินคือปีที่ มนุษย์จะรู้ว่าโลกไม่ได้ตามใจมนุษย์อีก ต่อไปหลวงปู่สังวาลย์เสริมว่าปีนี้น้ำจะ เพียงชิมดินแต่ปีถัดไปมันจะกินเต็มคำหลวง ปู่สนองกล่าวหนักที่สุดว่าผู้ที่อยู่รอด อยู่เพราะบุญไม่ใช่เพราะอยู่สูงหรือมี ปัญญาแต่เพราะบุญนำดวงออกก่อนภัยมาถึง
เมื่อฝาปิดน้ำจะเริ่มกินเมื่อดินร้องน้ำ จะกลืนและเมื่อมนุษย์ยังไม่รู้สำนึกน้ำจะ กลายเป็นครูคนแรกของโลกใบนี้ปีที่น้ำ เริ่มกินแผ่นดิน คือปีที่คำทำนายเริ่มหายเป็นหมอกและกลาย เป็นภาพจริงตรงหน้าคืนที่น้ำเดินทางไม่ ใช่คืนแห่งสายฝนไม่ใช่คืนที่พายุพัดแรง แต่เป็นคืนที่สายน้ำมีเจตจำนงของมันเอง คืนที่ผู้เฒ่าผู้แก่หลายพื้นที่เล่าว่า ได้ยินเสียงน้ำเดินเหมือนฝูงสัตว์ใหญ่ กำลังเคลื่อนตัวผ่านดงไม้แต่เมื่อมองออก ไปไม่มีลมไม่มีฝนไม่มีแมะกระทั่งเหง่าเมฆ มีเพียงเสียงที่มาจากแผ่นดินหลวงปู่ สังวาลย์เคยบอกไว้ชัดเจนว่าน้ำมันจำเส้น
ทางบาปของคนได้เด็ดน้ำมันสิไปตามเมืองที่ ก่อเวรไว้หลายเมืองใดสร้างกรรมไว้หนัก เมืองนั้นบ่ผลน้ำกินประโยคนี้ตอนแรกหลาย คนคิดว่าเป็นเพียงคำเปรียบเปรยแต่คืน 1 ในเดือน 7 ปีนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือน้ำ ไม่ได้หลากจากฟ้าแต่มันผุดจากดิน 1 คืน ที่แม่น้ำเริ่มเดินชาวบ้านริม 2 ฝั่งโขง เล่าว่าขณะกำลังจะปิดไฟนอนได้ยินเสียง เหมือนบางสิ่งขนาดใหญ่กำลังไหลผ่านใต้ พื้นโลกไม่ใช่เสียงแผ่นดินไหวไม่ใช่เสียง คลื่นแต่มันเป็นเสียงน้ำกำลังเบียดดัน อะไรบางอย่างผู้เฒ่าคนหนึ่งในนครพนมพูด ว่าเสียงมันคือเสียงของการไหลที่มีโกรธบ แม่นนามที่ไหลตามธรรมชาติน้ำมันไหลเพื่อ
ไปปิดบัญชีเวรคำพูดนี้ทำให้คนขนลุกทั้ง จังหวัดเพราะหลังจากนั้นเพียง 3 วันน้ำใน ลำน้ำสาขา 17 สายเริ่มมีระดับขึ้นโดยไม่ มีเหตุการณ์ฝนตกหนัก 2 เมืองบาปที่เอ่ย นามในคำทำนายหลวงปู่ศิลาเคยกล่าวไว้เมื่อ 20 ปีก่อนว่าซิถึงยุคหนึ่งน้ามซิเดินไป หาเมืองที่คนหลอกลวงเมืองที่ผู้ปกครอง เบาะยุติธรรมเมืองที่โกงกินจนแผ่นดินหาย ใจบ่ใดน้ำมันซิบไปหล่างเองบ่ต้องขอใครตอน นั้นไม่มีใครเชื่อเหมือนเป็นเพียงคำเตือน ธรรมะเหมือนเป็นการสอนใจให้คนไม่ทำผิดแต่ คืนที่น้ำเริ่มเดินทางจริงๆนั้นหลายพื้น ที่ที่เคยมีข่าวโกงเคยมีเรื่องอธรรมมี เรื่องฝังรอยบาปทางสังคมกลับเป็นพื้นที่
ที่น้ำไปถึงเป็นแห่งแรกไม่ใช่เพราะพื้น ที่ลุ่มน้ำไม่ใช่เพราะค่าฝันแต่มันเป็น เส้นทางที่ฟังแล้วน่าหายใจเพราะมันคล้าย ว่าน้ำเลือกเส้นทาง 3. สัญญาณ 3 ประการ ก่อนเมืองถูกน้ำกินคำบอกเล่าจากชาวบ้าน และตรงกับคำของหลวงปู่สังวาลย์หลวงปู่ สนองมีอยู่ 3 อย่างสัญญาณที่ 1 เสียงน้ำ เดินใต้ดินไม่ใช่เสียงฝนแต่เหมือนเสียง ซัดกันของน้ำใต้พื้นสัญญาณที่ 2 ลมแน่นอน แต่ลมไม่พัดเหมือนอากาศหนักกดลงเหมือนไม่ ยอมให้ธรรมชาติหายใจสัญญาณที่ 3 สัตว์หนี เข้าบ้านคนงูหนูนกสุนัขแมวต่างหนีเข้าที่ สว่างไหวราวกับรู้ว่าอะไรบางอย่างกำลังมา หลวงปู่สนองเคยเตือนไว้ว่าสัตว์มันรู้
ก่อนมนุษย์เสมอถ้ามันพากันหนีให้รู้ไว้ ว่าน้ำกำลังหาเวร 4 เมืองบาปที่น้ำเดินหาทำไมถึงรอดยาก เพราะในคำทำนายมีใจความใหญ่ๆอยู่ข้อหนึ่ง ว่าน้ำบ่ได้มาเพื่อทำลายชีวิตแต่มาเพื่อ ปลดหนี้บาปของเมืองที่สร้างกรรมหนักโกง กินชาติบ้านเมืองเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ ใช้ชีวิตบนความทุกข์ของคนอื่นจะเป็นเมือง ที่น้ำเลือกไปล้างก่อนและมันไม่ได้หมาย ถึงการจมเมืองแต่หมายถึงการทำให้เมือง นั้นเริ่มต้นใหม่ด้วยความจริงนี่คือคำที่ หลวงปู่ศิลาเน้นหนักที่สุดเพราะท่านบอก ว่ากรรมของแผ่นดินหนักกว่ากรรมของคน ธรรมดาหลายเท่า 5 คืนที่น้ำเริ่มหายใจผู้
ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่าตอนเที่ยงคืน น้ำเคลื่อนตัวเข้ามาแบบเงียบสนิทไม่มี เสียงคลื่นไม่มีเสียงซัดเหมือนน้ำม้วนตัว ลื่นไหลอย่างตั้งใจบ้านหลังนึงในยโสธร เล่าไว้ว่ามันเข้ามาช้าๆแต่ไวแบบน่ากลัว เหมือนมันรู้ว่าต้องไปจุดไหนก่อนมันไม่ ไหลมั่วมันไหลเหมือนถูกนำทางหลายคนถึงกับ ยืนตัวแข็งเพราะภาพนั้นมันไม่เหมือนน้ำ ท่วมปกติมันเหมือนน้ำมีดวงตา 6 บทสรุปคืน ที่น้ำหาเมืองบาปคืนนั้นไม่มีใครลืมเพราะ มันทำให้คนทั้งภาคอีสานและเหนือบางพื้น ที่เริ่มนึกถึงคำเตือนที่เคยถูกมองข้ามไป ทั้งหมดมันเป็นคืนที่ฟ้าปิดประตูดินเปิด ประตูและน้ำเดินออกมาจากเงาแห่งกรรมคืน
ที่ผู้คนเริ่มเข้าใจว่าภัยพิบัติบางอย่าง ไม่ได้มาจากฟ้าแต่มาจากการกระทำของคนเอง น้ำเพียงแค่ทำหน้าที่ของมันคือนำความจริง กลับมาสู่แผ่นดินปีที่น้ำเริ่มเดินทางและ คืนที่น้ำออกหาเมืองบาปผ่านไปแล้วโลกไม่ เหมือนเดิมอีกต่อไปแต่ละเมืองเริ่มรับผล กรรมน้ำดินและฟ้าทำงานร่วมกันเพื่อให้ มนุษย์เริ่มชดใช้สิ่งที่ได้สร้างไว้ผู้ เฒ่าหลายพื้นที่เล่าว่าน้ำไม่ได้เข้ามา แบบสุ่มมันเข้ามาแบบเรียงลำดับตามกรรม เมืองไหนสร้างบาปมากเมืองนั้นจะเจอภัย ก่อน 1 เมืองที่น้ำเดินทางมาน้ำไม่ได้แค่ ท่วมแต่มาแบบเจาะลึกถึงจิตวิญญาณของแผ่น ดินน้ำไหลเข้าชุมชนผ่านถนนลานวัดโรงเรียน
และบ้านเรือนที่เคยทับซ้อนกับความทุกข์ ของคนอื่นหลวงปู่ศิลาเคยบอกว่าน้ำไม่ได้ เกรียงกลัวสิ่งใดมันจะเข้าไปยังจุดที่ กรรมหนาที่สุดนี่คือเมืองที่น้ำเลือกแล้ว น้ำมาหาเมืองที่สร้างบาปมากที่สุดแม้คนใน เมืองจะไม่รู้ตัวแต่น้ำรู้และฟ้าเห็นทุก สิ่ง 2 การชดใช้ที่เริ่มเห็นเป็นรูปธรรม น้ำพุ่งเข้าบู่บ้านแบบทันทีหลายพื้นที่ น้ำท่วมทันตาเหมือนถูกดึงลงด้วยมือใครบาง คนไม่ต้องฝนตกหนักดินยุบกลางเมืองถนนหลาย สายเกิดหลุมบ้านทรุดและน้ำตามเข้าไปเติม เต็มสัตว์เข้ามาเตือนงูหนูนกแมวเริ่มหนี เข้าบ้านเหมือนรู้ว่าเมืองนี้ต้องชดใช้ แผ่นดินเสียงลมและน้ำในยามดึกมีผู้เห็น
ว่าน้ำทรงเสียงดังคล้ายพูดกับเมืองเสียง เหมือนกำลังบอกว่าถึงเวลาชำระแล้ว 3. คำ เตือนของหลวงปู่สังวาลย์หลวงปู่สังวาลย์ เคยบอกว่าเมืองที่ต้องชดใช้ไม่ใช่เมือง ที่รวยที่สุดแต่เป็นเมืองที่โกงกินมากที่ สุดเมืองที่ขโมยบุญของผู้อื่นจะถูกน้ำและ ดินชำระและสิ่งที่เกิดขึ้นจริงน้ำเริ่ม ไหลเข้าพื้นที่ที่เคยมีเรื่องโกงกินและ ทุจริตทางสังคมเมืองที่เคยภูมิใจในอำนาจ กลับกลายเป็นเมืองที่ต้องหลบภัยจากน้ำและ ดิน 4. เมืองที่รอดไม่ใช่เพราะโชค หลวงปู่สนองเคยพูดไว้ว่าเมืองใดที่ชำระใจ และสร้างบุญให้แผ่นดินแม้นน้ำจะมาก็เพียง แค่ผ่านแต่เมืองใดที่เก็บแต่บาปไว้น้ำจะ ไม่ปล่อยให้รอด
เมืองรอดไม่ใช่เรื่องโชคแต่เป็นเรื่องบุญ สะสมและการรู้จักชดใช้สิ่งที่ทำต่อผู้ อื่นและแผ่นดิน หนามไม่เลือกเพราะรวยหรือแต่เลือกตามเส้น กรรมของเมือง 5. การชดใช้ของเมือง การจมของถนนและบ้านเรือนเป็นการเตือนให้ คนตระหนักว่าสิ่งที่สร้างบนบาปจะไม่ยืน ยาว น้ำพุ่งเข้าที่ดินไร้บุญเหมือนดินเตือนคน ว่าที่นี่ไม่ได้ทำให้แผ่นดินสงบ ดินหยุบและน้ำรวมกันเมืองที่บาปหนาจะถูก น้ำและดินสอนบทเรียนพร้อมกันเหมือนฟ้าดิน น้ำทำงานร่วมกัน ผลกระทบต่อชุมชน ผู้คนเริ่มตื่นรู้ บางคนเริ่มช่วยเหลือเพื่อนบาน บางคนเริ่มสำนึกผิด และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง 6 สัญญาณชัดเจนว่าเมืองกำลังชดใช้
น้ำขึ้นสูงเกินปกติทุกแม่น้ำสาขา ดินหยุบตามจุดที่สร้างบาปไว้มาก สัตว์และนุกหนีเข้ามาเตือน ลมพัดย้อนทิศพร้อมเสียงน้ำคล้ายพูดกับคน ฝุนตกผิดฤดูกาลเป็นระยะๆะ ผู้เฒ่าบอกว่าเมื่อสัญญาณเหล่านี้เกิดครบ เมืองนั้นจะไม่รอดจนกว่าจะรู้จักฉดใช้ หลวงปู่ศิลาหลวงปู่สังวาลย์หลวงปู่สนอง เตือนตรงกันว่าเมื่อถึงเวลาชดใช้แผ่นดิน เมืองใดไม่รู้จักสำนึก น้ำจะกินดินจะหยุบฟ้าจะไม่รอและมนุษย์จะ เรียนรู้บทเรียนแห่งกรรมอย่างแท้จริง จึงเป็นปีแห่งการชดใช้ของเมือง น้ำและดินร่วมกันสอนเมืองตามเส้นทางกรรม เพื่อให้ผู้คนเริ่มเห็นว่าโลกไม่ได้ให้ โอกาสแก้ตัวตลอดไป
หลังจากปีที่น้ำเริ่มกินแผ่นดินและคืนที่ น้ำเดินทางหาเมืองบาปโลกเริ่มสั่นสะเทือน ในหลายมิติผู้คนหลายเมืองเริ่มตระหนักว่า ไม่สามารถประมาทได้อีกต่อไปแต่หลายคนก็ ยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลวงปู่ศิลา เคยเตือนว่ามนุษย์จะยืนอยู่ 2 เส้นทางทาง หนึ่งคืออยู่กับภัยที่เกิดอีกทางคือหลบ ภัยทันเวลา นี่คือคำเตือนตรงที่สุดมนุษย์ต้องเลือก แล้วอยู่หรือหลบ 1 น้ำเริ่มแสดงพลังจริงน้ำไม่ได้เพียง ท่วมเหมือนฤดูกาลก่อนๆแต่เคลื่อนตัวอย่าง ชัดเจนตามเส้นทางกรรมหลายเมืองที่เคยคิด ว่าปลอดภัยกลับเจอน้ำไหลเข้าภายในไม่กี่ ชั่วโมงถนนขาดบ้านทรุดผู้คนต้องวิ่งหนี ทันทีผู้เฒ่าหลายพื้นที่เล่าว่าน้ำไม่ได้
มาเป็นก้อนเดียวแต่มาเป็นหลายสายพร้อมกัน มันเหมือนมีเจตนา มาหาเมืองบาปก่อนมาหาเมืองที่ประมาทต่อ ผู้อื่นก่อนน้ำไม่ได้ถามใครไม่รอใครแต่ เลือกตามเส้นทางบาปและกรรมของเมืองนั้น 2 ทางเลือกของมนุษย์ทางเลือกที่ 1 อยู่ต่อ ผู้คนที่เลือกอยู่ต่อมักคิดว่าจะรอดแน่ เพราะบ้านสูงแต่หลวงปู่สังวาลย์เตือนว่า น้ำไม่ไหลตามตรกะของมนุษย์น้ำจะไปตามกรรม อยู่สูงไม่ได้แปลว่ารอดอยู่ต่ำไม่ได้แปล ว่าตาย หลายคนพบว่าบ้านสูงไม่ได้ช่วยอะไรน้ำไหล ย้อนจากใต้ดินดินทรุดและบ้านสูงกลับกลาย เป็นหลุมสุดท้าย ทางเลือกที่ 2 หลบภัยทันเวลาผู้ที่ฟังคำ เตือนของผู้เฒ่าเริ่มเคลื่อนย้ายชีวิตออก
จากเมืองไปอยู่พื้นที่ที่มีบุญรักษาหรือ พื้นที่สูงและมีน้ำไม่ท่วมตามเส้นทางกรรม หลวงปู่สนองเคยพูดชัดว่าผู้ที่รอดไม่ได้ รอดเพราะโชคแต่รอดเพราะบุญและการตัดสินใจ ทันเวลานี่คือช่วงเวลาที่มนุษย์ต้องใช้ สติและปัญญาเต็มกำลัง 3 ปรากฏการณ์เตือนล่วงหน้าผู้เฒ่าหลาย พื้นที่เล่าว่าก่อนน้ำใหญ่จะมามีสัญ สัญญาณ 5 อย่างเสียงน้ำใต้ดินเหมือนน้ำ กำลังเตรียมตัวสัตว์เข้าบ้านงูหนูนกแมว หนีเข้ามาเป็นกลุ่มดินเริ่มทรุดเป็นหลุม ตามจุดที่สร้างบาปไว้มากลมพัดย้อนทิศแบบ ผิดปกติราวกับฟ้าส่งสัญญาณฝนตกผิดฤดูาลตก แบบแรงและต่อเนื่องถ้าสัญญาณครบนั่นคือ
เวลาให้มนุษย์ตัดสินใจทัน 4 บทเรียนของเมืองและผู้คนเมืองบาปน้ำ เข้าท่วมเร็วดินยุบบ้านทรุดถนนขาดเมือง ที่ชำระบุญน้ำมาเบาผ่านไปอย่างรวดเร็วผู้ คนที่ฟังคำเตือนรอดโดยไม่สูญเสียชีวิตผู้ คนที่ประมาทสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินทั้ง หมดนี่คือบทเรียนที่โลกและน้ำร่วมกันสอน หลวงปู่ศิลาเคยพูดว่ามนุษย์ที่ไม่รู้จัก ชดใช้จะพบกับความจริงแบบไม่อ้อมค้อมและ ไม่มีใครช่วยได้นอกจากตัว
