สุดอาลัยยิ่งอดีตพระเอกดังปิยะตระกูลราชเสียชีวิตแล้วนับเป็นข่าวเศร้าอย่างยิ่งของวงการภาพยนตร์และวงการเพลงลูกทุ่งเมื่อมีรายงานข่าวว่าอดีตพระเอกดังปิตระกูลราชดาราตุ๊กตาทองซึ่งประสบความสำเร็จจากการแสดงภาพยนตร์เรื่องครูบ้านนอกและเรื่องอื่นๆอีกหลายเรื่องและต่อมาประสบความสำเร็จในการแต่งเพลงโด่งดังเช่นเพลงไก่จ๋า1ปีที่ทรมานพร้อมทั้งมีชื่อเสียงจากการพากมวยได้เสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยโรคประจำตัวเมื่อเวลา13:00น50นาทีของวันที่2
พฤศจิกายนปี2565สิริอายุ68ปีสำหรับเส้นทางชีวิตของปิยตระกูลราชก่อนที่จะมาประสบความสำเร็จนั้นอาจารย์สัมพันธ์พัทลุงได้เรียบเรียงไว้ดังนี้ิยตระกูลราชเป็นชื่อและนามสกุลจริงเกิดเมื่อวันที่12พฤษภาคมปี2497ที่อำเภอ2พี่น้องจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นบุตรของนายจุ่นนางลิ้นจี่ตระกูลราชมีพี่น้อง8คนจบการศึกษาชั้นปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตในวัยเยาว์เมื่อเรียนจบชั้นประถมปีที่4พ่อแม่สงให้เข้าไปเรียนที่โรงเรียนการช่างสุพรรณในตัวเมืองสุพรรณบุรี
โดยเรียนแผนกช่างไม้แต่ตัวเองไม่ชอบจึงเรียนช่างตัดผมทำให้เรียนไม่จบพ่อแม่จึงให้กลับมาอยู่บ้านอยู่บ้านเฉยๆไม่รู้จะทำอะไรจึงชักชวนเพื่อนเข้ากรุงเทพฯเพื่อหางานทำแต่ที่กรุงเทพฯจะหางานสบายๆที่ไหนทำมีแต่งานที่ต้องใช้แรงงานแบกหามแต่ก็ต้องทำเพื่อแลกกับรายได้ในการดำรงชีพแรกๆก็ไปแบกกล่องลำไยอยู่แถวคลองมหานาคจากนั้นก็ไปเป็นช่างตัดผมอยู่ที่ตลาดเมืองนนท์แต่วันนึงเกิดพลาดท่าทำมีดบาตรหูลูกค้าเข้าจึงถูกให้ออกเลิกจากตัดผมก็ไปถีบ3ล้อ
รับจ้างอยู่ที่จังหวัดนนท์นั่นแหละแต่ก็ถีบอยู่ได้ไม่นานเนื่องจากเป็นคนตัวเล็กเวลาขึ้นเนินสูงๆถีบไม่ไหวก็ต้องเข็นเรียกว่ากว่าจะได้เงินทำเอาซี่โครงบานเลยทีเดียววันหนึ่งขณะเข็นรถขึ้นเนินบังคับรถไม่อยู่รถเกิดพลิกคว่ำตีลังกาจนรถพังเสียหายเจ้าของจึงไล่ออกทำให้เขาต้องตัดสินใจกลับบ้านเพื่อตั้งหลักใหม่พ่อแม่อยากให้เรียนต่อเพื่ออนาคตที่ดีพี่ชายจึงพาเขาเข้ากรุงเทพฯอีกครั้งโดยพามาฝากให้เป็นลูกศิษย์อยู่ที่วัดพระพิเรนแถววรจักร
โดยให้ไปเรียนต่อชั้นมัธยมที่โรงเรียนวัดราชบพิตรจนจบชั้นมศ5ในการเดินทางไปเรียนของเขาแต่ละวันจะต้องเดินทางจากวัดพระพิเรนไปวัดราชบพิตรและต้องเดินผ่านสะพานเหล็กไปโรงภาพยนตร์เฉลิมกรุงทุกวันทั้งไปและกลับวันหนึ่งในปี2516ชุติมาสุวรรณรัตได้สร้างภาพยนตร์เรื่องหนี้หรือชีวิตจึงรับสมัครตัวประกอบเพื่อเข้าฉากแต่ละฉากในขณะที่เขาเดินทางมาถึงข้างๆโรงภาพยนตร์ปัจจุบันคือบริเวณห้างดิโอสยามเจ้าหน้าที่กองถ่ายกำลังเรียกตัวประกอบ
ที่สมัครไว้เพื่อให้ขึ้นรถเขาบังเอิญเดินปะปนอยู่ในกลุ่มจึงถูกดึงตัวขึ้นรถไปด้วยจึงได้เป็นตัวประกอบภาพยนตร์ด้วยความบังเอิญหรือจะเรียกว่าโชคช่วยก็ว่าได้จากนั้นเขาก็จะแวะเวียนไปแถวนั้นทุกวันและได้เป็นตัวประกอบภาพยนตร์ประมาณ100เรื่องฉายาที่เขาได้รับในการแสดงเป็นตัวประกอบภาพยนตร์ก็คือโป้งแอ๊ะซึ่งหมายถึงพอออกมาแสดงได้สักฉาก2ฉากก็ถูกยิงตายซะแล้วในปี2521ปิยะตระกูลราชประสบความสำเร็จสูงสุดในการแสดงภาพยนตร์เมื่อได้
เป็นพระเอกครั้งแรกในการแสดงภาพยนตร์เรื่องครูบ้านนอกโดยเริ่มมาจากปี2519บริษัทดวงกมลมหรสพโดยคุณกมลกุลตังวัฒนาได้สร้างภาพยนตร์เรื่องมนต์รักแม่น้ำมูลโดยมอบหมายให้ครูพงศ์ศักดิ์จันทรุกขาเขียนบทและกำกับการแสดงครูรังสีทัศนพยัคฆ์เป็นผู้ช่วยในเรื่องมนต์รักแม่น้ำมูลนี้ปิยตระกูลราชแสดงเป็นตัวประกอบด้วยโดยรับบทเป็นครูบ้านนอกมีบทบาทโดดเด่นพอสมควรจึงเป็นที่เข้าตาของผู้สร้างในปีถัดมาดวงกมลมหรสพได้นำบทบาทของครูบ้านนอกมาสานต่อด้วยการสร้างภาพยนตร์
เรื่องครูบ้านนอกโดยคำหมานคนไขและมอบให้สุรสีผาธรรมกำกับการแสดงให้พิยะตระกูลราชเป็นพระเอกเต็มตัวและดึงเอาวาสนาสิทธิเวชมาเป็นนางเอกสมชาติประชาไทยและเพียงพทูอำไพเป็นตัวรองออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่17มิตมิถุนายนปี2521ที่โรงภาพยนตร์เฉลิมไทยปรากฏว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งดึงดูดใจแฟนภาพยนตร์ได้อย่างล้นหลามทุกรอบเก็บรายได้มากกว่า9ล้านบาทภาพลักษณ์ของปิยะตระกูลราชกับบทบาทครูบ้านนอกนักต่อสู้เพื่อความเที่ยงธรรมจึง
ประทับใจคนไทยมาจนถึงทุกวันนี้หลายคนเรียกเขาติดปากว่าครูปิยะหลังจากนั้นปิยะตระกูลราชก็ได้แสดงเป็นพระเอกภาพยนตร์ตลอดมาประมาณ60เรื่องเช่นลูกแม่มูลกล่องข้าวน้อย ่าแม่จุฬาตรีคูณเทพเจ้าบ้านบางปูนสรรกำแพงสวรรค์บ้านนาทุ่งกุฬาร้องไห้เพื่อนแพงเป็นต้นความสำเร็จในการเป็นพระเอกภาพยนตร์ทำให้เขาได้รับรางวัลดังนี้1รางวัลดารานำฝ่ายชายเอเชียเมื่อปี2522จากภาพยนตร์เรื่องครูบ้านนอกโดยประกวดที่ประเทศมาเลเซีย2รางวัลพระสุรัสวดีเมื่อปี2525จากภาพยนตร์เรื่อง
เทพเจ้าบ้านบางปูนในช่วงที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังจากการเป็นพระเอกภาพยน์ปิยะตระกูลราชก็ไปมีความรักกับดาราสาวคนนึงซึ่งกำลังโด่งดังในจอแก้วเธอชื่อปริศนาวงศิริแต่ความรักของทั้งคู่ไม่สมหวังมีอันต้องพลัดพรากทำให้ชีวิตของเขาเกิดความว่าววุ่นเป็นอย่างมากจึงได้ระบายความรู้สึกนี้ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรโดยเขียนไว้ในกระดาษจะเป็นกลอนก็ไม่ใช่เป็นเพลงก็ไม่เชิงแต่เป็นสำนวนที่อ่านแล้วซึ้งและเศร้าเมื่อไปเจอครูพงศักดิ์จันทรุกขาที่
ศาลาเฉลิมกรุงครูพงศักดิ์เห็นเข้าท่านจึงแนะนำให้เขียนเป็นเพลงเพื่อนำไปให้นักร้องขับร้องแต่ในเวลานั้นตัวเขาเองไม่รู้จักใครในวงการเพลงจึงมอบให้ครูพงศักดิ์ท่านก็ไม่เอาหลังจากนั้นเขาคิดอยู่หลายวันคิดไปคิดมาทำให้นึกถึงสายันสัญญาที่ตอนนั้นกำลังดังมากๆแม้จะไม่รู้จักกับนักร้องดังเป็นการส่วนตัวแต่อาศัยเป็นคนจังหวัดสุพรรณบุรีเหมือนกันเขาจึงตัดสินใจโทรไปหาสายันอาจจะเป็นเพราะช่วงนั้นทั้งคู่ต่างก็มีชื่อเสียงเมื่อได้คุย
โทรศัพท์กันแล้วก็ต่างชื่นชมชื่นชอบกันและกันสายันต์สัญญานัดให้เขาไปพบที่ปาปาคาเฟ่ฝั่งธนบุรีหลังจากได้เจอกันแล้วดูเหมือนสายันสัญญาจะถูกชะตากับปิยะเป็นพิเศษให้คำแนะนำและให้ความสะดวกในการทำเพลงชุดแรกของปิยะอย่างดียิ่งโดยติดต่อห้องอัดเสียงไพบูลย์ให้ติดต่อคนทำดนตรีกับครูจิตกรบัวเนียมให้นัดวันอัดเสียงให้เสร็จศัพท์โดยที่ไม่ได้พูดถึงค่าตัวเลยพอถึงวันนัดอัดเสียงที่ห้องอัดรไพบูลย์นัดกันตอนเที่ยนแต่วันนั้นสายันต์มาตั้งแต่
99:00นเพื่อต่อเพลงและเกลาทำนองในวันนั้นเลยสายันต์สัญญาร้องเพลงให้ปิยะตระกูลราชในชุดแรก10เพลงมีเพลงรอยยิ้มที่ถูกยืมไก่จ๋า1ปีที่ทรมานสอหางยาวอยากรู้สักนิดสาวบางแคใจดำความรักคือการให้รักน้อยๆแต่ให้นานๆครูบ้านนอกบอกรักและห่วงแกแก้มแดงเพียงสัปดาห์กว่าๆที่สายันสัญญานำเพลงไปร้องหน้าเวทีและเพลงก็ถูกเปิดทางสถานีวิทยุปรากฏว่าเพลงไก่จ๋าใกจได้ยินไว่าเสียงใครและเพลง1ปีที่ทรมาน1ปีให้หลังฉันยังจำได้ได้รับความนิยมจากแฟนเพลงทั้งประเทศ
อย่างรวดเร็วภายในเวลา1เดือนชื่อของปิยะตระกูลราชก็ถูกบันทึกไว้ในทำเนียบเพลงลูกทุ่งในฐานะนักแต่งเพลงชื่อดังมาจนกระทั่งทุกวันนี้ในปี2538ปิยตระกูลราชได้หันเข้าสู่วงการโทรทัศน์โดยรับแสดงในหลายบทบาทยกเว้นพระเอกเนื่องจากอายุมากแล้วเขาร่วมแสดงอยู่นับ100เรื่องจากนั้นก็หันไปภาคมวยอยู่กับศึกอัศวินดำของพล.ตำรวจตรีเสวกปิ่นสินชัยทางช่อง9อสมทแรกๆเขาพาคคนเดียวต่อมาได้พาค์ร่วมกับคุณเทพพิทักษ์แฟนมวยติดกันงอมแงมเขาเป็นเจ้า
ของประโยคภาคที่ขำๆเช่นยืมปลายคางไว้วางเท้าซึ่งพูดเวลานักมวยเตะเข้าปลายคางภาคมวยมวยอยู่ร่วม20ปีจนได้รับรางวัลเทพทองในฐานะภาคมวยยอดเยี่ยมหลังจากเลิกภาคมวยเขาก็หันมาแต่งเพลงประกอบละครทีวีให้กับสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆจนถึงปัจจุบันมีเพลงประกอบละครที่แต่งไปแล้ว20เรื่องที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคือการแต่งเพลงประกอบละครเรื่องขุนเดชทางสถานีโทรทัศน์ช่อง7สีเมื่อปี2555ทำให้เขาได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำในฐานะนักแต่งเพลง
ประกอบละครยอดเยี่ยมนับเป็นการได้รับรางวัลสูงสุดทุกประเภทที่เขาประกอบอาชีพเขาเคยเป็นกรรมการบริหารสมาคมนักแต่งเพลงแห่งประเทศไทยในสมัยที่อาจารย์จิตกรบัวเนียมเป็นนายกปัจจุบันนอกจากยังอยู่ในวงการมวยแล้วยังรับแสดงละครโทรทัศน์เหมือนเดิมแต่บทบาทอาจจะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุและยามมีเวลาว่างก็ยังแต่งเพลงอยู่เช่นเคยรวมเพลงที่ปิยะตระกูลราชยแต่งไว้ทั้งหมดประมาณ500เพลงิChannelขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของครูปิยะตระกูลราชมาณโอกาสนี้ด้วยครับสำหรับราย
ละเอียดอื่นๆจะแจ้งให้ทราบในลำดับต่อไปนะครับ
