ชะตารม อดีต พระ มเหสี รัชกาล ที่ 6 ถูก ลดยศ ด้วย แรง รัก แรง ริษยา และ มี พระ บรมราชโองการ อัน เด็ด ขาด ว่า ข้าพเจ้า ขอ สั่ง เด็ด ขาด ไว้ เสีย แต่ บัด นี้ ห้าม มิ ให้ เอา พระ อัตถิ ของ พระ นาง ขึ้น มา ตั้ง เคียง ข้าพเจ้า เป็น อัน ขาด เบื้อง หลัง รอย ร้าว ที่ บาด ลึก ใน ความ สัมพันธ์ ของ พระ มหากษัตริย์ คือ อะไร กัน แน่ สวัสดี ครับ ยิน ดี ต้อน รับ เข้า สู่ ช่อง Infinity นะ ครับ ใน วัน นี้ ผม จะ พา ทุก คน ย้อน กลับ ไป เมื่อ กว่า 100 ปี ก่อน สู่ ยุค รัชกาล ที่ 6 ซึ่ง ถือ ว่า เป็น ยุค ที่ สยาม กำลัง ก้าว สู่ ความ สมัย ใหม่ แต่ ทว่า ภาย ใน ราชสำนัก ยัง เต็ม
ไป ด้วย พิธี การ เครือ ญาติ การ เมือง ใน วัง และ ความ คาด หวัง ที่ หนัก หนา โดย เฉพาะ อย่าง ยิ่ง ต่อ สตรี ผู้ จะ เป็น ราชินี และ หนึ่ง ใน ผู้ ที่ ต้อง แบก ความ คาด หวัง เหล่า นั้น ไว้ เต็ม บาป คือ สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี พระ วรราชายา หรือ พระ นาม เดิม คือ ประไพ สุจริตกุล เป็น ธิดา ของ เจ้าพระยา สุธรรมมนตรี ท่าน สตรี ผู้ มี ทั้ง ชาติ ตระกูล สูง ส่ง การ ศึกษา ดี ความ งาม เฉียบ และ บุคลิก สง่า งาม จน ได้ รับ การ ยก ย่อง ว่า คู่ ควร กับ ตำแหน่ง สูง สุด ของ ฝ่าย ใน ยุค นั้น มาก ที่ สุด ครับ เมื่อ ก้าว เข้า สู่ รั้ว วัง ตอน แรก ทุก อย่าง ดู
เหมือน จะ เป็น เส้น ทาง โรย ด้วย กลีบ กุหลาบ เพราะ พระ องค์ ได้ รับ การ สนับสนุน จาก ราชสกุล ชั้น สูง ได้ รับ ไว้ วาง พระ ราชหฤทัย จาก พระ สวามี และ ได้ สร้าง ประวัติศาสตร์ ด้วย การ ได้ รับ การ สถาปนา เป็น พระ บรมราชินี องค์ แรก ใน ประวัติศาสตร์ รัตนโกสินทร์ เลย นะ ครับ ผม ว่า นั่น ไม่ ใช่ เรื่อง เล็ก เลย เพราะ ตำแหน่ง นี้ ไม่ เคย มี มา ก่อน ใน ราชวงศ์ จักรี แต่ แล้ว ใน ขณะ ที่ ทุก อย่าง กำลัง สวย งาม จุด เปราะ บาง ที่ สุด ใน ราชสำนัก กลับ เริ่ม ก่อ ตัว ขึ้น จุด นั้น คือ เรื่อง การ มี รัชทายาท ให้ กับ รัชกาล ที่ 6
ภาระ หน้า ที่ ที่ สังคม ใน วัง และ การ เมือง ใน สมัย นั้น ต่าง จับ ตา มอง ที่ พระ องค์ แม้ ว่า การ มี บุตร นั้น เป็น เรื่อง ที่ มนุษย์ ควบ คุม ไม่ ได้ แต่ สุด ท้าย แล้ว มัน กลับ กลาย เป็น ปัจจัย ที่ เปลี่ยน ทิศ ทาง ชีวิต ของ พระ องค์ ไป ตลอด กาล ครับ ใน คลิป นี้ ผม จะ พา ทุก ท่าน เจาะ ลึก ทุก ราย ละเอียด ตั้ง แต่ จุด เริ่ม ต้น ของ พระ องค์ ตั้ง แต่ ตอน ที่ ยัง ทรง เป็น คุณ ประไพ สุจริตกุล เด็ก หญิง ผู้ มี พร สวรรค์ โดด เด่น ใน ยุค นั้น ไป จน ถึง เส้น ทาง ที่ นำ พา ให้ ก้าว เข้า สู่ ราชสำนัก การ เผชิญ ปัญหา และ ความ ตึง
เครียด ใน รัชสมัย พระ บาท สมเด็จ พระ มงกุฎเกล้า เจ้า อยู่ หัว รวม ถึง เรื่อง ราว ต่าง ๆ ที่ เกิด ขึ้น ระหว่าง เส้น ทาง ชีวิต ของ พระ องค์ ที่ หลาย ท่าน อาจ ไม่ เคย รู้ มา ก่อน เลย ครับ ถ้า ทุก ท่าน ฟัง คลิป นี้ จน จบ ผม รับ รอง ว่า มุม มอง ต่อ ประวัติศาสตร์ ไทย ของ ท่าน จะ เปลี่ยน ไป แบบ สิ้น เชิง เลย ครับ และ ที่ สำคัญ วัน ที่ 30 พฤศจิกายน นี้ ก็ ยัง ตรง กับ วัน คล้าย วัน สิ้น พระ ชนม์ ของ พระ องค์ ด้วย นะ ครับ ยัง ไง ก็ ลอง รับ ฟัง เรื่อง ราว ชีวิต ของ พระ องค์ ท่าน ดู กัน นะ ครับ ก่อน จะ ไป รับ ชม และ รับ
ฟัง กัน ฝาก กด ไลค์ วีดีโอ นี้ คน ละ 1 ไลก์ และ กด ติด ตาม ช่อง Infinity F ไว้ เป็น กำลัง ใจ ให้ ทีม งาน เรา ด้วย นะ ครับ ถ้า พร้อม แล้ว เชิญ รับ ชม และ รับ ฟัง กัน ได้ เลย ครับ ใน เรื่อง เล่า ดราม่า ราชินี ผู้ ถูก ปลด ได้ เลย ครับ ตอน ที่ 1 บัลลังก์ เดียว ดาย ทุก ท่าน ครับ ภาย หลัง การ สืบ ราชสมบัติ ขึ้น เป็น พระ บาท สมเด็จ พระ มงกุฎเกล้า เจ้า อยู่ หัว รัชกาล ที่ 6 เนี่ย บัลลังก์ ของ พระ องค์ กลับ ไร้ ซึ่ง พระ มเหสี คู่ บัลลังก์ มา นาน ถึง กว่า 10 ปี เต็ม ๆ เลย แน่ นอน ครับ ความ กด ดัน ด้าน การ มี พระ ราชทายาท
จึง กลาย เป็น โจทย์ ใหญ่ ที่ สุด ที่ ถา โถม เข้า ใส่ พระ องค์ เพราะ แม้ แต่ สมเด็จ พระ พัน ปี หลวง เอง ก็ ทรง มี พระ ราชประสงค์ อย่าง ยิ่ง ที่ จะ ให้ พระ ราชโอรส มี พระ อัครมเหสี เพื่อ ความ มั่น คง แห่ง ราชบัลลังก์ แต่ ความ ปรารถนา นั้น ก็ มิ ได้ สมหวัง จน กระทั่ง พระ องค์ เสด็จ สวรรคต ไป ใน ที่ สุด ครับ รัชกาล ที่ 6 นั้น ทรง เป็น พระ มหากษัตริย์ ที่ เปี่ยม ด้วย การ ศึกษา จาก ต่าง ประเทศ ทรง สง่า งาม และ เป็น ที่ หมาย ปอง ของ สตรี สรวงศักดิ์ มาก มาย ใน กรุง สยาม เลย นะ ครับ แต่ พระ องค์ กลับ มิ ได้ ทรง โปรด พอ
พระทัย ใน สตรี ใด เป็น พิเศษ เลย จน กระทั่ง ปี พุทธศักราช 2463 หลัง จาก ที่ ผ่าน งาน พระ ราชพิธี สำคัญ ต่าง ๆ ไป แล้ว พระ องค์ จึง ทรง ตระหนัก อย่าง จริง จัง ว่า ถึง เวลา แล้ว ที่ ต้อง แสวง หา คู่ ครอง เพื่อ ตอบ โจทย์ ของ ชาติ และ ราชวงศ์ ให้ ได้ ครับ และ จุด เริ่ม ต้น แห่ง ความ รัก ครั้ง แรก ก็ ได้ อุบัติ ขึ้น ที่ พระ ราชวัง พญาไทย เมื่อ ทรง โปรดเกล้า ให้ มี การ จัด งาน ประกวด ภาพ ล้อ ขึ้น ครับ ที่ นั่น เอง ทำ ให้ พระ องค์ ได้ พบ กับ หม่อม เจ้า หญิง วันวิมล สตรี ผู้ ทรง เสน่ห์ และ หัว สมัย ใหม่ จาก สาย สกุล ใหญ่ ทั้ง สอง พระ องค์ ถูก ชะตา
อย่าง รวด เร็ว จาก การ สนทนา และ กิจกรรม ร่วม กัน อย่าง การ เล่น ไพ่ บิด หรือ สนุกเกอร์ แบบ โบราณ ครับ จน นำ ไป สู่ การ ตัด สิน พระทัย อัน กล้า หาญ ใน การ ประกาศ มั่น ครับ พระ องค์ ทรง สถาปนา สตรี ผู้ นี้ ขึ้น เป็น พระ วรกัญญาปทาน พระ องค์ เจ้า วัลภาเทวี ซึ่ง คำ ว่า พระ วรกัญญาปทาน นั้น บ่ง บอก ถึง สถานะ พระ คู่ มั่น ของ พระ มหากษัตริย์ โดย เฉพาะ เลย นะ ครับ เรื่อง นี้ นับ ว่า เป็น ข่าว ใหญ่ ที่ สร้าง ความ ตื่น เต้น และ เป็น ความ หวัง ของ คน ทั้ง สยาม ที่ เฝ้า รอ คอย มา นาน กว่า ทศวรรษ แต่ ทว่า ความ หวัง นั้น กลับ มี อายุ ายุ
สั้น นัก ครับ เพราะ หลัง จาก นั้น เพียง ไม่ กี่ เดือน ครับ ทุก ท่าน ราชสำนัก ก็ มี การ ประกาศ การ ถอน มั่น ออก มา อย่าง กระทันหัน ซึ่ง เป็น ข่าว อื้อ ฉาว ที่ สร้าง ความ ตก ตะลึง ไป ทั่ว ทั้ง พระนคร ใน สมัย นั้น เลย ครับ สาเหตุ เบื้อง หลัง นั้น ไม่ ใช่ เรื่อง ใหญ่ โต หาก เป็น สามัญ ชน ทั่ว ไป แต่ นี่ เป็น เพราะ ความ ขัด แย้ง ด้าน อารมณ์ และ ทัศนคติ ที่ สะสม จน บาน ปลาย ครับ พระ องค์ เจ้า วัลภาเทวี ทรง มี ความ มั่น ใจ ใน พระ องค์ เอง สูง และ แสดง พระ กิริยา ที่ ไม่ เป็น ที่ พอ พระทัย ของ พระ เจ้า อยู่ หัว หลาย ครั้ง ไม่
ว่า จะ เป็น การ ชัก พระ หัตถ์ หนี เมื่อ มหาด เล็ก ยื่น มือ มา สัมผัส ตาม ธรรมเนียม ตะวัน ตก หรือ การ แสดง ความ ขึง ขัง หึง หวง ต่อ หน้า ทาน กำนัน ซึ่ง พฤติกรรม เหล่า นี้ ถูก รัชกาล ที่ 6 ตี ความ ว่า เป็น การ ดู หมิ่น และ ไม่ ให้ เกียรติ ต่อ พระ ราชอำนาจ ของ พระ มหากษัตริย์ ครับ ความ รัก ครั้ง นี้ จึง จบ ลง ด้วย ความ ล้ม เหลว อย่าง เจ็บ ปวด ดัง นั้น รัชกาล ที่ 6 ทรง มี พระ บรมราชโอกาส ให้ ถอน มั่น เปลี่ยน พระ ยศ เป็น พระ เจ้า วรวงศ์ เธอ พระ องค์ เจ้า และ ให้ ไป ประทับ ใน เขต พระ บรมมหาราชวัง เสมือน การ จำกัด บริเวณ นี่ เป็น การ ปิด ฉาก
ความ รัก ที่ แสดง ให้ เห็น ถึง ช่อง ว่าง ระหว่าง ความ รัก ส่วน ตัว และ ภาระ หน้า ที่ ของ กษัตริย์ อย่าง ชัด เจน ครับ ความ ผิด หวัง ครั้ง นี้ ได้ ทำ ให้ พระ เจ้า อยู่ หัว ทรง ตั้ง ปณิธาน ทาน ว่า จะ ต้อง แสวง หา สตรี ผู้ ที่ พร้อม ทั้ง สถานะ วุฒิภาวะ และ อัธยาศัย ที่ จะ ประคอง บัลลังก์ ได้ จริง เท่า นั้น และ การ แสวง หา นั้น เอง ได้ นำ พา พระ องค์ ไป พบ กับ ตระกูล สุจริตกุล ซึ่ง มี บุตร สาว ผู้ เพรียบ พร้อม ถึง 2 คน เข้า มา มี บท บาท ใน ราชสำนัก ใน เวลา ต่อ มา ครับ ตอน ที่ 2 ราชินีกุล ผู้ ถูก เลือก เรื่อง ราว ใน ตอน นี้ ผม
จะ พา ทุก ท่าน ย้อน กลับ ไป ที่ จุด กำหนด ของ สตรี ผู้ ที่ จะ ขึ้น สู่ ตำแหน่ง สูง สุด ของ ประเทศ ก่อน นะ ครับ สตรี ผู้ นั้น คือ คุณ ประไพ สุจริตกุล ผู้ ซึ่ง ต่อ มา คือ สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี พระ วรราชยา เพื่อ ให้ เห็น ว่า ท่าน ได้ สร้าง หน ทาง สู่ ราชสำนัก ได้ อย่าง ไร ครับ ก่อน อื่น ต้อง บอก ว่า คุณ ประไพ นั้น ไม่ ได้ เป็น สามัญ ชน ที่ ไร้ ที่ มา ที่ ไป เลย นะ ครับ แต่ มี พื้น เพ เป็น ราชินีกุล ที่ ใกล้ ชิด ราชวงศ์ จักรี อย่าง แท้ จริง เพราะ พระยา ราชภักดี หรือ โค สุจริตกุล ผู้ เป็น ปู่ ของ ท่าน เนี่ย เป็น ถึง พระ อนุชา ใน สมเด็จ พระ
ปิยมาวดี ศรีพัชรินทมาตา ซึ่ง ก็ คือ พระ อายิกา หรือ ยาย ของ รัชกาล ที่ 6 นั่น เอง ครับ ทุก ท่าน นี่ คือ สาย สัมพันธ์ ที่ แน่น แฝ้น ซึ่ง วาง ราก ฐาน ทาง เกียรติยศ ไว้ ให้ ตระกูล สุจริตกุล อย่าง ดี เลย ครับ คุณ ประไภัย เกิด เมื่อ วัน ที่ 10 มิถุนายน ปี พุทธศักราช 2445 ที่ บ้าน คลองด่าน จังหวัด ธนบุรี ใน สมัย นั้น ครับ และ ท่าน เติบ โต มา ท่าม กลาง ครอบครัว ใหญ่ ของ เจ้า พระยา สุธัมมนตรี ผู้ เป็น บิดา รูป ลักษณ์ ของ คุณ ประไพ นั้น เล็ก บอบ บาง แต่ บุคลิก กลับ โดด เด่น ด้วย ความ ร่า เริง มี เสน่ห์ และ ถูก ทำนาย ว่า มี บุญวาสนา ใหญ่ โต
ซึ่ง ความ มี เสน่ห์ นี้ ถึง ขนาด ที่ พี่ น้อง รู้ กัน ดี ว่า หาก ต้องการ สิ่ง ใด แค่ อ้าง ชื่อ คุณ ประไพ ก็ มัก จะ ได้ รับ ความ อนุญาต เสมอ มา ครับ ใน ด้าน การ ศึกษา คุณ ประพ เข้า เรียน เป็น นัก เรียน ประจำ ที่ โรง เรียน ราชินี ครับ ท่าน เป็น นัก เรียน ที่ สน ใจ ใน ศาสตร์ ที่ หลาก หลาย โดย เฉพาะ อย่าง ยิ่ง การ ขับ ร้อง การ ดนตรี และ ที่ สำคัญ ที่ สุด คือ การ กีฬา ครับ ท่าน โปรด ปราน การ ออก กำลัง กาย และ เล่น กีฬา อย่าง มาก จน ถึง ขณะ ที่ ผู้ คน อาจ คิด ว่า สน ใจ การ กีฬา มาก กว่า วิชาการ เสีย อีก นี่ คือ การ แสดง ออก ถึง จิต
วิญญาณ แห่ง ความ ทัน สมัย และ การ สู้ ชีวิต ใน แบบ ฉบับ ของ สตรี ที่ ไม่ ย่อ ท้อ ต่อ กรอบ ประเพณี เลย นะ ครับ เวลา ผ่าน ไป หลาย ปี เมื่อ สำเร็จ การ ศึกษา บิดา ของ ท่าน จึง นำ คุณ ประไพ เข้า ถวาย ตัว รับ ราชการ ฝ่าย ใน ครับ และ พร สวรรค์ ของ ท่าน ก็ เริ่ม ฉาย ชัด ทัน ที เพราะ ท่าน ได้ ร่วม กับ คุณ เปลื่อง สุจริตกุล ผู้ เป็น พี่ สาว ซึ่ง ต่อ มา คือ พระ สุจริตสุดา เป็น ต้น เสียง ขับ ร้อง ใน การ แสดง โขน และ ยัง ได้ รับ บท สำคัญ ใน การ แสดง เป็น อินทิรา ดุลยวัฒ นาง เอก ของ พระ ราชนิพนธ์ ละคร เรื่อง เสือ เฒ่า ซึ่ง ความ สามารถ ทาง การ แสดง และ น้ำ เสียง อัน
ไพเราะ นี้ เอง ได้ เป็น สะพาน ที่ นำ พา เธอ เข้า สู่ สาย ตา และ พระ ราชหฤทัย ของ รัชกาล ที่ 6 อย่าง ไม่ มี ข้อ สงสัย ครับ และ ใน จังหวะ ที่ ความ รัก ครั้ง แรก ของ พระ เจ้า อยู่ หัว กำลัง จบ ลง ด้วย ความ ร้าว ฌาน พระ สุจริตสุดา ผู้ เป็น พี่ สาว ซึ่ง เป็น พระ สนม เอก อยู่ ก่อน แล้ว โดย มี เจตนา ให้ คน ใน ตระกูล ได้ เกื้อ หนุน กัน ใน ฝ่าย ใน นั่น เอง ครับ จึง ผลัก ดัน น้อง สาว ให้ เข้า ไป ถวาย การ รับ ใช้ เบื้อง พระ ยุคลบาท อย่าง เต็ม ที่ ด้วย ความ งาม ที่ เพียบ พร้อม และ ที่ สำคัญ ที่ สุด คือ อัธยาศัย ที่ สามารถ
เยียวยา บาด แผล ทาง ใจ ที่ ผ่าน มา ของ พระ เจ้า อยู่ หัว ได้ ครับ ใน ที่ สุด คุณ ประไพ จึง ได้ รับ การ สถาปนา เป็น พระ อินทราณี พระ สนม เอก และ เมื่อ เธอ ตั้ง พระ ครัน อัน เป็น ความ หวัง สูง สุด ของ แผ่น ดิน พระ องค์ ก็ ได้ รับ การ สถาปนา เลื่อน พระ อิสริยยศ อย่าง ก้าว กระโดด จาก สามัญ ชน ขึ้น เป็น พระ วรราชายา เธอ และ สูง สุด ถึง สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี พระ บรมราชินี พร้อม ทั้ง เกียรติยศ ใน การ เป็น นาย พันโธ หญิง ครับ นี่ คือ จุด กำเนิด และ จุด สูง สุด ใน ชีวิต ของ สตรี นี้ ที่ ใช้ พร สวรรค์ และ
สาย สัมพันธ์ ทาง ตระกูล สู้ ชีวิต จน ได้ ก้าว ขึ้น สู่ การ เป็น อัครมเหสี ของ สยาม ประเทศ อย่าง สมบูรณ์ แบบ ที่ สุด ครับ ตอน ที่ 3 น้ำ พระ เนตร ที่ ริน ไหล หลัง จาก ที่ สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี ทรง ได้ รับ การ สถาปนา ขึ้น สู่ ตำแหน่ง พระ บรมราชินี อย่าง สมบูรณ์ พร้อม ด้วย เกียรติยศ สูง สุด และ พระ ครัน อัน เป็น ความ หวัง ของ แผ่น ดิน ความ ปิติ ยิน ดี ทั้ง หมด นั้น ได้ นำ มา ซึ่ง แรง กด ดัน ที่ ยิ่ง ไหล ที่ สุด ใน พระ ชนี เลย ครับ ทุก ท่าน เพราะ ภารกิจ หลัก ที่ เหลือ อยู่ ก็ คือ การ ให้ กำเนิด พระ ราชทายาท ผู้ สืบ
ราชสันตติวงศ์ ให้ ได้ แต่ ทว่า ชีวิต ของ พระ องค์ กลับ ไม่ ได้ ราบ รื่น เหมือน เทพนิยาย เลย ครับ การ ทรง พระ ครัน ที่ นำ มา ซึ่ง ตำแหน่ง สูง สุด นั้น กลับ ต้อง เผชิญ หน้า กับ ชะตา กรรม ที่ โหด ร้าย คือ การ ตก พระ โลหิต ซ้ำ แล้ว ซ้ำ เล่า ซึ่ง ถือ เป็น บาด แผล ทาง ใจ ที่ บั่น ทอน ความ มั่น คง ของ ทั้ง สอง พระ องค์ อย่าง หนัก มาก ๆ เลย เหตุ การณ์ ที่ สร้าง ความ บาด ลึก ทาง อารมณ์ ถึง ขีด สุด และ เป็น จุด พลิก ผัน ที่ สำคัญ คือ เมื่อ พระ องค์ ทรง มี พระ ประสูติการ ก่อน กำเนิด เป็น พระ ราชโอรส ขณะ ที่ พระ คลัน มี พระ ชรรษา เพียง
ประมาณ 7 เดือน เท่า นั้น ครับ เมื่อ พระ บาท สมเด็จ พระ มงกุฎเกล้า เจ้า อยู่ หัว เสด็จ มา ทอด พระ เนตร พระ โอรส ที่ จาก ไป ก่อน เวลา อัน ควร พระ องค์ ผู้ ทรง แบบ รับ ความ กด ดัน เรื่อง ทายาท มา นาน นับ 10 ปี ก็ มิ อาจ ยับ ยั้ง ความ รู้ สึก ไว้ ได้ ครับ ทรง แสดง ออก ถึง ความ โศก เศร้า อย่าง เปิด เผย ด้วย การ หลั่ง น้ำ พระ เนตร ริน ไหล ออก มา ต่อ หน้า ข้า ราชบริพาร หลาย คน การ ร้อง ไห้ ของ พระ มหากษัตริย์ ใน เวลา นั้น ไม่ ใช่ เพียง ความ เสีย ใจ ใน ฐานะ บิดา แต่ คือ สัญลักษณ์ แห่ง ความ พ่าย แพ้ ของ กษัตริย์ ที่
ความ หวัง สูง สุด ใน การ สืบ ราชบัลลังก์ ได้ ดับ ลง ต่อ หน้า พระ พัก ครับ ใน ขณะ ที่ พระ เจ้า อยู่ หัว ส่ง เสีย พระทัย อย่าง แสน สาหัส สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี ผู้ เป็น มารดา ก็ ต้อง เผชิญ กับ ความ เจ็บ ปวด ที่ รุนแรง กว่า ใคร ครับ แต่ ถึง กระนั้น ความ รัก ที่ แท้ จริง ของ พระ ราชสวามี ก็ ยัง คง อยู่ รัชกาล ที่ 6 ทรง แสดง พระ เมตตา ดู แล พระ อัครมเหสี อย่าง ใกล้ ชิด และ ธนุ ถนอม ที่ สุด ทรง ไม่ เคย ทอด ทิ้ง ทรง มา อ่าน หนังสือ พระ ราชทาน เพื่อ ปลอบ โยน พระทัย และ คอย ประคอง ดู แล ไม่ ห่าง ตลอด เวลา ที่ ทรง พัก
ฟื้น แม้ จะ เกิด โศกนาฏกรรม ขึ้น แต่ ความ ผูก พัน นี้ ยัง คง พยายาม จะ สู้ กับ ชะตารรม ที่ โหด ร้าย ครับ อย่าง ไร ก็ ตาม ครับ ทุก ท่าน แม้ ว่า จะ ได้ รับ พระ เมตตา ปลอบ โยน แต่ ความ หวัง นั้น ก็ พัง ทลาย ลง อีก ครั้ง เมื่อ สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิสจี ทรง ตั้ง ครรภ์ เป็น ครั้ง ที่ 3 และ ก็ ทรง ตก พระ โลหิต ไป อีก ครั้ง ใน ระหว่าง การ ตาม เสด็จ พระ ราชสวามี แปร พระ ราชฐาน ณ พระ ที่ นั่ง สมุทรพิมาน จังหวัด เพชรบุรี ครับ การ ตาม เสด็จ ตลอด เวลา โดย ไม่ ได้ หยุด พัก นั้น ได้ กลาย เป็น สาเหตุ ทาง กายภาพ ที่ ทำลาย ความ หวัง
ของ พระ ่ง ลง ซ้ำ ๆ จน ทำ ให้ เป็น ที่ ค่อน ข้าง แน่ ชัด แล้ว ว่า พระ องค์ ไม่ สามารถ ถวาย ทายาท ที่ สมบูรณ์ ให้ แก่ แผ่น ดิน ได้ ครับ ความ ผิด หวัง ซ้ำ แล้ว ซ้ำ เล่า นี้ ได้ สร้าง รอย ร้าว ที่ ยาก จะ ประสาน ขึ้น ใน พระ ราชหฤทัย ของ พระ เจ้า อยู่ หัว และ ได้ กลาย เป็น ความ เครียด สะสม สูง สุด ที่ กด ดัน พระ อัครมเหสี อย่าง รุนแรง ซึ่ง ความ เครียด และ ความ น้อย เนื้อ ต่ำ ใจ นี้ เอง จะ นำ ไป สู่ การ ปะทะ ทาง อารมณ์ และ การ ตัด สิน ใจ ครั้ง สำคัญ ใน เวลา ต่อ มา ครับ ตอน ที่ 4 เปลว ไฟ กลาง โรง ละคร ภาย หลัง จาก ความ ผิด หวัง ซ้ำ ซ้อน จาก
การ สูญ เสีย ทายาท ความ เครียด ทาง อารมณ์ ของ สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี พระ บรมราชินี ได้ ทวี ความ รุนแรง จน ถึง ขีด สุด ครับ การ ที่ ตำแหน่ง สูง สุด ของ พระ องค์ ถูก ค้ำ ด้วย พระ ครัน ที่ ว่าง เปล่า ได้ ทำ ให้ พระ อารมณ์ ของ สตรี วัย เพียง 21 พรรษา ผู้ นี้ เปราะ บาง และ อ่อน อ่อน ไหว อย่าง ยิ่ง เลย ครับ และ ใน ช่วง เวลา ที่ ความ กด ดัน ปั่น ป่วน ใน พระทัย นี้ เอง นาง สาว เครือ แก้ว อภัยวงศ์ หรือ คุณ สุวัฒนา สตรี ผู้ ซึ่ง รัชกาล ที่ 6 ทรง โปรด และ ให้ ความ เมตตา เป็น พิเศษ ก็ ได้ เข้า มา ใน ฉาก ชีวิต อย่าง ไม่ อาจ หลีก เลี่ยง ได้ ครับ
จุด ปะทุ ของ ดราม่า จึง เกิด ขึ้น กลาง โรง ละคร ที่ พระ ราชวัง พญาไทย ใน การ ซ้อม ละคร พระ ราชนิพนธ์ เรื่อง พระ ร่วง ครับ และ การ ซ้อม พร้อม ครั้ง นี้ มี ความ สำคัญ อย่าง ยิ่ง เพราะ เป็น การ แสดง ที่ จัด ขึ้น เพื่อ เฉลิม พระ เกียรติ สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี เอง แต่ กลับ กลาย เป็น เวที แห่ง การ หัก หาญ ทาง อารมณ์ ที่ ไม่ มี ใคร คาด คิด ครับ พระ บาท สมเด็จ พระ มงกุฎเกล้า เจ้า อยู่ หัว ซึ่ง ทรง แสดง เป็น นาย มั่น ปืน ยาว ซึ่ง ใน เรื่อง นี้ ต้อง มี ฉาก ที่ แตะ ต้อง ตัว และ เจรจา ใกล้ ชิด กับ นาง สาว
เครือ แก้ว ผู้ รับ บท เป็น สาว ใช้ ซึ่ง เป็น ภาพ ที่ สร้าง ความ เจ็บ ปวด ให้ กับ พระ อัครมเหสี อย่าง รุนแรง ครับ สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี ซึ่ง ทอด พระ เนตร การ ซ้อม อยู่ ชั้น บน เมื่อ ทรง เห็น พระ ราชสวามี ทรง สัมผัส กับ สตรี อื่น อย่าง ใกล้ ชิด ความ รู้ สึก หึง หวง และ ความ น้อย เนื้อ ต่ำ ใจ ที่ สะสม มา นาน ก็ พุ่ง ขึ้น สูง จน ไม่ อาจ ยับ ยั้ง ได้ ครับ การ ควบ คุม อารมณ์ ของ พระ องค์ ได้ พัง ทลาย ลง ทัน ที ต่อ หน้า ทาน กำนัน ครับ พระ องค์ ไม่ ทรง แสดง ความ ไม่ พอ พระทัย อย่าง เงียบ ๆ เลย แต่ กลับ แสดง ออก อย่าง รุนแรง
และ โจ่ง แจ้ง ด้วย การ กระทืบ พระ บาท ลง บน พื้น พระ ที่ นั่ง ซ้ำ แล้ว ซ้ำ เล่า อย่าง เสียง ดัง พร้อม ทั้ง โปรด ให้ เหล่า ข้า หลวง คน สนิท ของ พระ องค์ ส่ง เสียง โห ฮา และ ใช้ เท้า ตบ พื้น พระ ที่ นั่ง ซ้ำ ๆ อย่าง จง ใจ เพื่อ ให้ ทุก คน ที่ อยู่ ใน โรง ละคร รับ รู้ ว่า พระ องค์ ไม่ พอ พระทัย อย่าง ยิ่ง กับ สิ่ง ที่ เห็น การ กระทำ นี้ ถือ เป็น การ หัก หน้า พระ มหากษัตริย์ และ ทำลาย ความ สงบ เรียบ ร้อย ของ ราชสำนัก อย่าง ที่ ไม่ เคย เกิด ขึ้น มาก ก่อน ครับ เสียง กระทืบ พระ บาท และ เสียง โฮา นั้น ได้ ทำ ให้ การ ซ้อม
ละคร ชะงัก งัน ลง ทัน ที ครับ พระ บาท สมเด็จ พระ มงกุฎเกล้า เจ้า อยู่ หัว ทรง รับ รู้ ถึง การ กระทำ ที่ ไม่ เหมาะ สม ของ พระ อัครมเหสี อย่าง ชัด เจน และ ทรง แสดง ความ ไม่ พอ พระทัย ด้วย พระ พัก ที่ เคร่ง ขรึม และ ความ เงียบ ง พระ องค์ ทรง หยุด การ ซ้อม และ เสด็จ ขึ้น จาก โรง ละคร ใน ทัน ที โดย มิ ได้ ตรัส อะไร ครับ ความ เงียบ นี้ เอง ได้ สร้าง ความ หวาด กลัว กับ ทุก คน เพราะ นี่ คือ สัญญาณ ของ ความ กริ้ว ที่ ถึง ขีด สุด อัน เนื่อง มา จาก การ ที่ พระ มเหสี นำ ความ ร้อน ใจ และ ความ รำคาญ มา สู่ พระ องค์ อย่าง ร้าย แรง ครับ เพื่อ
เป็น การ แสดง ออก ถึง การ ไม่ เห็น ด้วย กับ การ กระทำ ของ พระ อัครเคราะห์มเหสี รัชกาล ที่ 6 ทรง ต้อง มี พระ ราชหัตถเลขา ปลอบ ใจ ไป ยัง นาง สาว เครือ แก้ว อภัยวงศ์ ใน วัน รุ่ง ขึ้น และ ได้ พระ ราชทาน นาม ใหม่ ให้ แก่ เธอ ว่า สุวัฒนา อย่าง เป็น ทาง การ ซึ่ง เป็น การ แสดง ความ โปรด ปราน และ ความ เห็น ใจ ต่อ สตรี ที่ ประพฤติ ตน อย่าง เหมาะ สม สร้าง ความ รู้ สึก กด ดัน และ หวาด กลัว ให้ กับ สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี ยิ่ง ขึ้น ไป อีก เพราะ การ เข้า มา ของ สตรี ผู้ นี้ มิ ได้ เป็น เพียง คู่ แข่ง ใน ความ รัก แต่ เป็น เงา ของ ความ หวัง เรื่อง ทายาท
ที่ พระ องค์ ไม่ สามารถ ถวาย ได้ ครับ ทุก ท่าน ครับ การ ปะทะ ทาง อารมณ์ ที่ รุนแรง และ ขาด ความ ยับ ยั้ง ชั่ง ใจ ใน ครั้ง นี้ ได้ กลาย เป็น บาด แผล ที่ ไม่ มี วัน หาย ใน ความ สัมพันธ์ ของ ทั้ง สอง พระ องค์ และ เป็น จุด เริ่ม ต้น ของ การ แตก หัก อย่าง แท้ จริง ที่ จะ นำ ไป สู่ การ บันทึก พระ ราชพินัย และ การ ลด พระ อิสริยศ ใน เวลา อัน ใกล้ นี้ ครับ ตอน ที่ 5 เงา อัธยาศัย ไพ่ หลัง เหตุ การณ์ เปลี่ยว ไฟ กลาง โรง ละคร ความ สัมพันธ์ ระหว่าง สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี พระ บรมราชนี กับ พระ ราชสวามี ได้ เข้า สู่ ช่วง วิกฤต ที่ ยาก จะ แก้ ไข ครับ การ
แสดง ออก ซึ่ง อารมณ์ ที่ รุนแรง และ ขาด การ ควบ คุม ของ พระ องค์ ได้ ทำ ให้ พระ บาท สมเด็จ พระ มงกุฎเกล้า เจ้า อยู่ หัว ทรง รู้ สึก ว่า พระ อัครมเหสี ผู้ นี้ ได้ นำ พา มา แต่ ความ ร้อน ใจ และ รำคาญ อย่าง ไม่ หยุด หย่อน ซึ่ง เป็น สิ่ง ที่ พระ องค์ ทรง ให้ ความ สำคัญ อย่าง ยิ่ง ยวด ต่อ ความ สงบ สุข ใน พระ ราชหฤทัย ครับ ความ ร้าว ฉาน มิ ได้ จำกัด อยู่ เพียง แค่ ใน โรง ละคร ครับ แต่ ยัง ถูก ตอก ย้ำ ด้วย พระ อาการ ที่ ต่อ เนื่อง ของ สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี เอง ดัง เช่น ใน คราว เสด็จ พระ ภาค ต่าง จังหวัด พระ องค์
ทรง แสดง ความ ไม่ พอ พระทัย อย่าง ชัด เจน ด้วย การ ขอ พระ บรมราชานุญาต เสด็จ กลับ พระนคร ก่อน โดย ไม่ ร่วม ขบวน เสด็จ กลับ พร้อม พระ ราชสวามี การ กระทำ เช่น นี้ ทำ ให้ ข้า ราชบริพาร ต้อง ตระเตร เตรียม เรือ พระ ที่ นั่ง และ ต่อ สะพาน ยาว อย่าง ฉุก ละหุก เพื่อ ให้ การ เสด็จ กลับ เป็น ไป ตาม พระ เกียรติยศ สูง สุด โดย ไม่ ต้อง ให้ พระ บาท สัมผัส น้ำ ครับ ซึ่ง การ กระทำ ที่ ต้อง เป็น ไป อย่าง เร่ง รีบ และ ไม่ สม ควร เช่น นี้ ได้ สร้าง ความ คุณ พระ ราชหฤทัย ให้ แก่ รัชกาล ที่ 6 อย่าง มาก เพราะ ถือ ว่า เป็น การ ขัด พระ ราชบรรฑู และ สร้าง ความ ยุ่ง ยาก โดย ไม่
จำเป็น ครับ แต่ เหตุ การณ์ ที่ ถือ เป็น การ หัก น้ำ ใจ และ พระ เกียรติยศ อย่าง ถึง ที่ สุด คือ การ เผชิญ หน้า ระวัง สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี กับ คุณ สุวัฒนา สตรี ที่ ได้ รับ พระ ราชทาน นาม ใหม่ และ เป็น ที่ โปรด ปราน อย่าง เห็น ได้ ชัด ณ ท่า ราชวรดิต ครับ รัชกาล ที่ 6 ทรง มี พระ ราชกระแส รับ สั่ง ให้ คุณ สุวัฒนา ผู้ ซึ่ง ตาม เสด็จ มา ใน ขบวน ก้ม ลง กราบ พระ บาท สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี ตาม พระ ราชประเพณี และ เพื่อ แสดง ความ อ่อน น้อม แต่ สิ่ง ที่ เกิด ขึ้น กลับ เป็น การ แสดง ออก ซึ่ง ความ ไม่ ยอม รับ ที่ รุนแรง และ ชัด เจน ที่
สุด ครับ สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี ทรง มี พระ อาการ ชัก พระ บาท หลบ และ เบือน พระ พัก อย่าง จง ใจ ไม่ ยอม ให้ สตรี ผู้ นั้น ได้ กราบ ไหว้ การ กระทำ นี้ มิ ใช่ เพียง การ แสดง ความ กริ้ว ต่อ คุณ สุวัฒนา เท่า นั้น แต่ เป็น หัก หน้า พระ มหากษัตริย์ ผู้ ที่ ออก พระ บรรทูร ต่อ หน้า สาธารณชน ซึ่ง พระ เจ้า อยู่ หัว ทรง ถือ ว่า เป็น การ ทำลาย พระ เกียรติยศ ของ พระ พระ องค์ เอง อย่าง ร้าย แรง ครับ ความ ผิด หวัง และ ความ เล่า ฉาน ที่ สั่ง สม มา นี้ ได้ นำ ไป สู่ การ ตัด สิน ใจ ครั้ง ประวัติศาสตร์ ใน ช่วง ปลาย รัชกาล
โดย เฉพาะ อย่าง ยิ่ง เมื่อ เจ้า จอม สุวัฒนา ได้ ทรง พระ ครัน อัน เป็น ความ หวัง สูง สุด ของ บัลลังก์ พับ รัชกาล ที่ 6 จึง ทรง ต้อง จัด การ ปัญหา ให้ เด็ด ขาด เพื่อ ความ มั่น คง ของ พระ หน่อ ที่ จะ ประสูติ ใน เบื้อง หน้า ใน ช่วง ที่ พระ อาการ ประชวน เริ่ม ทรุด ลง อย่าง รวด เร็ว พระ บาท สมเด็จ พระ มงกุฎเกล้า เจ้า อยู่ หัว จึง ทรง บันทึก พระ ราชพินกรรม เรื่อง การ สืบ ราชสันตติวงศ์ และ การ ตั้ง พระ บรมอัตถิ เมื่อ วัน ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2468 ครับ ใน พินัยกรรม นั้น ตรง ระบุ ถึง สาเหตุ ของ การ ตัด สิน พระ ไข่ ไว้ อย่าง ชัด เจน และ เจ็บ ปวด
ที่ สุด โดย ทรง ให้ เหตุ ผล ถึง ความ ร้าว ฉาน ว่า ทรง ได้ รับ ความ สุข จาก พระ องค์ เพียง 1 เดือน เท่า นั้น ที่ เหลือ มี แต่ ความ ร้อน ใจ ตาม มา และ มี พระ บรมราชโองการ อัน เด็ด ขาด ว่า ข้าพเจ้า ขอ สั่ง เด็ด ขาด ไว้ เสีย แต่ บัด นี้ ห้าม มิ ให้ เอา พระ อัตถิ สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี ขึ้น มา ตั้ง เคียง ข้า ข้าพเจ้า เป็น อัน ขาด คำ สั่ง นี้ คือ จุด สูง สุด ของ ความ ร้าว ฉาน และ เป็น คำ พิพากษา ทาง อารมณ์ ที่ ตอก ย้ำ ว่า แม้ ความ ตาย ก็ มิ อาจ สมาน รอย ร้าว ใน ความ สัมพันธ์ ครั้ง นี้ ได้ เป็น การ ประกาศ การ ปฏิเสธ ใน ฐานะ คู่ ชีวิต สูง สุด
อย่าง ไม่ มี วัน กลับ และ เป็น ฉาก ดราม่า สุด ท้าย ที่ นำ ไป สู่ การ ลด พระ อิสริยยศ ใน เวลา เพียง 1 สัปดาห์ ต่อ มา ครับ ตอน ที่ 6 ราชินี ที่ ถูก ปลด จาก ความ ร้าว ฉาน ที่ ถูก บันทึก ไว้ อย่าง ชัด เจน ใน พระ ราชพินัยกรรม และ ความ ล้ม เหลว ใน การ ควบ คุม อารมณ์ ที่ นำ มา ซึ่ง ความ ร้อน ใจ ต่อ พระ ราชสวามี ใน ที่ สุด ก็ ถึง เวลา ของ การ ตัด สิน ใจ ครั้ง สำคัญ ที่ ส่ง ผล สะเทือน ไป ทั้ง ราชสำนัก ครับ เพราะ พระ บาท สมเด็จ พระ มงกุฎเกล้า เจ้า อยู่ หัว ทรง เห็น ว่า ถึง เวลา แล้ว ที่ ต้อง จัด การ ปัญหา การ สืบ ราชสันตติวงศ์ ให้ เด็ด ขาด โดย
เฉพาะ อย่าง ยิ่ง เมื่อ เจ้า จอม สุวัฒนา ได้ ทรง พระ ครัน อัน เป็น ความ หวัง สูง สุด ของ บัลลังก์ แล้ว การ ลด พระ อิสริยยศ ของ พระ อัครมเหสี จึง เป็น สิ่ง ที่ มิ อาจ หลีก เลี่ยง ได้ ครับ เพื่อ เป็น การ เตรียม พร้อม สำหรับ พระ หน่อ ที่ จะ ประสูติ ใน เบื้อง หน้า ซึ่ง จะ ต้อง มี ตำแหน่ง สูงศักดิ์ โดย ไม่ ให้ เกิด ความ สับสน หรือ ผิด แปลก จาก ธรรมเนียม หาก ทายาท ผู้ เป็น ความ หวัง ไม่ ได้ ประสูติ จาก พระ บรมราชินี ที่ ดำรง ตำแหน่ง อยู่ ครับ ทุก ท่าน ครับ ใน วัน ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2468 พระ บรมราชโองการ อัน น่า สะเทือน ใจ ก็ ได้ ถูก
ประกาศ ออก มา คือ พระ เจ้า อยู่ หัว มี พระ บรมราชโองการ ให้ เปลี่ยน พระ อิสริยยศ ของ สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี พระ บรมราชินี ลง มา ดำรง ตำแหน่ง เพียง สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี พระ วรราชยา เท่า นั้น ครับ การ ประกาศ ครั้ง นี้ ได้ ปิด ฉาก ชีวิต ใน ตำแหน่ง สูง สุด ของ สตรี ผู้ นี้ ลง อย่าง รวด ร้าว หลัง จาก การ ดำรง พระ ยศ มา ได้ เพียง 2 ปี 8 เดือน นับ ตั้ง แต่ การ สถาปนา ครับ นี่ คือ ความ เจ็บ ปวด อัน แสน สาหัส ที่ เกิด จาก การ สูญ เสีย ทั้ง ตำแหน่ง สูง สุด และ ความ รัก ความ เชื่อ มั่น ของ พระ สวามี ไป
พร้อม ๆ กัน ใน เวลา เดียว สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี ต้อง กลาย เป็น ราชินี ที่ ถูก ปลด อย่าง แท้ จริง โดย ที่ ตราบ บาป แห่ง ความ ร้อม ใจ และ รำคาญ ที่ รัชกาล ที่ 6 ทรง บันทึก ไว้ ยัง คง เป็น เหมือน เงา ตาม ติด ครับ ผล จาก การ ถูก ลด พระยศ พระ องค์ จึง ถูก โปรด ให้ เสด็จ ไป ประทับ ยัง พระ ที่ นั่ง วิมาน เมฆ ใน พระ ราชวัง ดุสิต ซึ่ง เป็น การ แยก ออก จาก พระ ราชวัง พญาไทย และ พระ สวานี อย่าง สิ้น เชิง เป็น การ เปลี่ยน ฉาก ชีวิต จาก ศูนย์ กลาง อำนาจ ไป สู่ ความ โดด เดี่ยว อย่าง ฉับ พลัน ครับ ใน ขณะ ที่ สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินครศักดิ์
จี ต้อง เผชิญ หน้า กับ ความ จริง อัน เจ็บ ปวด นี้ เจ้า จอม สุวัฒนา ผู้ ซึ่ง เป็น สาเหตุ สำคัญ ของ การ เปลี่ยน แปลง ก็ ได้ รับ การ สถาปนา ขึ้น เป็น พระ นาง เจ้า สุวัฒนา พระ วรราชเทวี ใน วัน ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ซึ่ง เป็น การ ตอก ย้ำ ถึง ความ คาด หวัง สูง สุด ของ พระ เจ้า อยู่ หัว ต่อ ทายาท ที่ กำลัง จะ ประสูติ ครับ โศกนาฏกรรม ใน ครั้ง นี้ จึง มิ ใช่ เพียง เรื่อง ส่วน ตัว ครับ แต่ เป็น การ แสดง ออก ของ อำนาจ สูง สุด ที่ ต้อง เลือก ระหว่าง ความ รัก ส่วน ตัว ที่ ร้าว ชาน กับ ภาระ หน้า ที่ ใน การ สืบ ราชสันตติวงศ์
ซึ่ง ท้าย ที่ สุด แล้ว หน้า ที่ แห่ง บัลลังก์ ก็ ได้ พราก เกียรติยศ สูง สุด ไป จาก สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี อย่าง ไม่ มี วัน กลับ และ ทิ้ง ไว้ เพียง ร่อง รอย แห่ง ความ บาด หมาง ที่ มิ อาจ สมาน ได้ แม้ แต่ ใน ความ ตาย ครับ ตอน ที่ 7 ทายาท แห่ง ความ หวัง ใน ขณะ ที่ สมเด็จ พระ นาม เจ้า อินทรศักดิ์สจี ต้อง เผชิญ กับ ความ เจ็บ ปวด จาก การ ถูก ปลด และ ถูก ส่ง ไป ประทับ ยัง พระ ที่ นั่ง วิมาน เมฆ อีก ฟาก หนึ่ง ของ พระ ราชวัง ได้ เกิด ความ หวัง ครั้ง สุด ท้าย ที่ ส่อง สว่าง ท่าม กลาง ความ มืด มิด ของ การ เมือง ฝ่าย ใน ครับ นั่น ก็ คือ พระ นาง
เจ้า สุวัฒนา พระ วรราชเทวี สตรี ผู้ ซึ่ง เข้า มา แทน ที่ และ กำลัง อุ้ม ครัน ทายาท ของ พระ เจ้า อยู่ หัว ครับ ความ ปิติ ยิน ดี ของ พระ บาท สมเด็จ พระ มงกุฎเกล้า เจ้า อยู่ หัว นั้น มิ อาจ ประมาณ ได้ เลย นะ ครับ เพราะ นี่ คือ โอกาส สุด ท้าย ที่ จะ แก้ ไข ปัญหา การ สืบ ราชสันตติวงศ์ ที่ รอ คอย มา ตลอด พระ ชน ชีพ การ ตั้ง ครรภ์ ของ พระ นาง เจ้า สุวัฒนา จึง เป็น เหมือน การ บรรลุ เป้า หมาย สูง สุด ของ กษัตริย์ ก่อน จะ ถึง วาระ สุด ท้าย ของ ชีวิต ครับ ทว่า โชค ชะตา แห่ง ชีวิต รัก และ ราชบัลลังก์ กลับ เป็น เหมือน บท ละคร ที่ พระ องค์ ทรง ประพันธ์ ไว้ เอง
เมื่อ ความ สุข ถึง ขีด สุด ความ โศก เศร้า ก็ ตาม มา อย่าง รวด เร็ว หลัง จาก การ สถาปนา พระ นาง เจ้า สุวัฒนา เพียง ไม่ นาน พระ องค์ ก็ ทรง พระ ประชวน หนัก โดย โรค พิษ ใน พระ อุทธรณ์ หรือ ภาวะ โลหิต ผิด เป็น พิษ ที่ เกิด ขึ้น ใน ร่าง กาย ซึ่ง พระ อาการ ทรุด ลง อย่าง รวด เร็ว จน ถึง ขั้น วิกฤต ครับ ใน ขณะ ที่ พระ อาการ ประชวน หนัก ใกล้ จะ เสด็จ สวรรคต นั้น เอง ฉาก ดราม่า ที่ ยิ่ง ใหญ่ ที่ สุด ก็ ได้ อุบัติ ขึ้น ใน รุ่ง อรุณ ของ วัน ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ท่าม กลาง ความ เงียบ สงัด และ สิ้น หวัง ใน พระ บรมมหาราชวัง พระ นาง เจ้า สุวัฒนา ก็ ทรง มี พระ
ประสูติการ ทายาท ที่ ทุก คน รอ คอย โดย เป็น พระ ราชธิดา ครับ แม้ จะ ไม่ ใช่ พระ ราชโอรส ตาม ที่ ทรง หวัง ไว้ แต่ การ ได้ เห็น ทายาท ถือ กำเนิด ขึ้น ก็ ถือ เป็น ปาฏิหาริย์ ใน วาระ สุด ท้าย ของ ชีวิต เลย นะ ครับ พระ เจ้า อยู่ หัว ทรง สั่ง ให้ นำ พระ ราชธิดา น้อย ไป ทูล ถวาย ให้ ส่ง ทอด พระ เนตร ที่ พระ ที่ นั่ง จักรพรรดิ พิมาน ท่าม กลาง บรรยากาศ ที่ เต็ม ไป ด้วย ความ โศก เศร้า และ ความ เงียบ งัน ครับ พระ องค์ ทรง ประชวน หนัก จน แทบ จะ ถึง แก่ พระ ชน ชีพ แล้ว แต่ เมื่อ ได้ ทอด พระ เนตร พระ พักต์ ของ พระ ราชธิดา น้อย พระ องค์
ก็ ยัง ทรง พยายาม อย่าง สุด กำลัง ที่ จะ ยก พระ หัตถ์ ขึ้น สัมผัส พระ วรกาย ของ พระ ธิดา นี่ คือ ภาพ ที่ น่า สะเทือน ใจ ครับ เพราะ มัน แสดง ถึง ความ ปรารถนา สุด ท้าย ของ บิดา ที่ ต่อ สู้ กับ ความ อ่อน แรง ของ ร่าง กาย แต่ สุด ท้าย ก็ ทรง หมด เรี่ยว แรง ลง เสีย ก่อน ที่ จะ สัมผัส ได้ อย่าง เต็ม ที่ ครับ สมเด็จ เจ้า ฟ้า เพชร หาสุดา สิริโสภาพณวดี คือ พระ นาม ที่ ทรง ตั้ง ไว้ ให้ แก่ พระ ราชธิดา พระ องค์ แรก และ พระ องค์ เดียว ใน ชีวิต ของ พระ องค์ ครับ การ ได้ เห็น ทายาท ผู้ สืบ สาย เลือด นี้ ได้ ลืม ตา ดู โลก เป็น เหมือน การ บรรลุ เป้า
หมาย สูง สุด ของ กษัตริย์ ผู้ นี้ ใน วาระ สุด ท้าย และ เพียง แค่ วัน เดียว หลัง จาก การ ประสูติ ของ พระ ราชธิดา ผู้ เป็น ทายาท แห่ง ความ หวัง พระ บาท สมเด็จ พระ มงกุฎเกล้า เจ้า อยู่ หัว ก็ เสด็จ สวรรคต ณ พระ ที่ นั่ง จักรพรรดิ พิมาน ด้วย พระ ชนมายุ 45 พรรษา ปิด ฉาก ชีวิต รัก อัน ซับ ซ้อน และ การ แสวง หา คู่ ชีวิต ที่ ยาว นาน ของ นัก ประพันธ์ ผู้ ครอง บัลลังก์ ลง อย่าง สมบูรณ์ ครับ พระ นาง เจ้า สุวัฒนา พระ วรราชเทวี จึง กลาย เป็น สตรี ผู้ ซึ่ง ได้ ชื่อ ว่า รัก สุด ท้าย ที่ สมบูรณ์ ที่ สุด ของ รัชกาล ที่ 6 ครับ เพราะ แม้ จะ ไม่ ได้
ครอง คู่ กัน ยืน ยาว แต่ พระ องค์ คือ ผู้ ที่ สามารถ ถวาย ทายาท ที่ พระ เจ้า อยู่ หัว ทรง ปรารถนา ที่ สุด ได้ ใน นาที สุด ท้าย ของ ชีวิต และ ต้อง ดำเนิน ชีวิต ต่อ ไป ใน ฐานะ พระ ราชชนนี ของ เจ้า ฟ้า พระ องค์ เดียว ที่ เกิด ขึ้น ใน ช่วง เวลา แห่ง ความ ตาย ครับ ตอน ที่ 8 จาก วังหลวง สู่ คลอง ภาษี ทัน ที ที่ พระ บาท สมเด็จ พระ มงกุฎเกล้า เจ้า อยู่ หัว เสด็จ สวรรคต ลง ชีวิต ของ สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี พระ วรราชยา ก็ พลิก ผัน เข้า สู่ ช่วง ที่ เต็ม ไป ด้วย ความ เจ็บ ปวด และ เงียบ เหงา ที่ สุด ครับ จาก สตรี ที่ เคย อยู่ บน จุด สูง สุด ของ แผ่น ดิน
ตอน นี้ ต้อง เผชิญ หน้า กับ ความ จริง อัน เจ็บ ปวด ของ การ สูญ เสีย พระ สวามี และ ที่ สาหัส ที่ สุด คือ คำ สั่ง อัน เด็ด ขาด ที่ ถูก บันทึก ไว้ ใน พระ ราชพินัยกรรม ครับ คำ สั่ง ที่ ว่า ห้าม มิ ให้ เอา พระ อัตฐิ ของ สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี ขึ้น มา ตั้ง เคียง คู่ ข้าพเจ้า เป็น อัน ขาด ได้ กลาย เป็น ตรา บาป และ การ ปฏิเสธ ขั้น สูง สุด ที่ ตาม ติด พระ องค์ ไป ตลอด ชีวิต เลย นะ ครับ นี่ คือ ร่อง รอย ความ ร้าว ฉาน ที่ ถูก ตอก ย้ำ ด้วย ความ ตาย บังคับ ให้ พระ องค์ ต้อง จำนน ต่อ โชค ชะตา ที่ ว่า ความ รัก ที่ เคย ยิ่ง ใหญ่ ได้ จบ ลง ด้วย
ความ บาด หมาง อย่าง ถึง ที่ สุด ครับ ใน ช่วง แรก หลัง จาก รัชกาล ที่ 6 สวรรคต พระ องค์ ทรง ย้าย ไป ประทับ ที่ พระ ตำหนัก สวน นก ไม้ ใน พระ ราชวัง ดุสิต ซึ่ง เป็น ที่ ประทับ ชั่ว คราว และ เป็น ส่วน ตัว แต่ พระ องค์ ทรง ทราบ ดี ว่า วังหลวง ผ่าน ใต้ รัชสมัย ใหม่ มิ ใช่ สถาน ที่ สำหรับ พระ องค์ อีก ต่อ ไป แล้ว เพราะ อำนาจ และ สถานะ ได้ เปลี่ยน มือ ไป อยู่ กับ พระ นาง เจ้า สุวัฒนา ผู้ เป็น พระ ราชชนนี ของ สมเด็จ เจ้า ฟ้า เพชรรัตน์ โดย สมบูรณ์ ครับ ด้วย หัว ใจ ที่ บอบ ช้ำ จาก ความ ร้าว ฉาน และ ความ ต้องการ ที่ จะ ถอย ห่าง จาก เงา
ของ อดีต ใน ราชสำนัก พระ องค์ จึง ตัด สิน ใจ ครั้ง สำคัญ ที่ จะ กลับ คืน สู่ ราก เหง้า โดย ทรง ย้าย ไป ประทับ เป็น การ ถาวร ณ บริเวณ บ้าน ของ เจ้า พระยา สุธรรมมนตรี ผู้ เป็น พระ บิดา ที่ คลอง ภาษีเจริญ จังหวัด ธนบุรี ซึ่ง เป็น บ้าน เดิม ที่ ท่าน ประสูติ มา นั่น เอง ครับ การ กลับ มา ยัง บ้าน เดิม แห่ง นี้ ไม่ ใช่ การ ยอม แพ้ ครับ แต่ การ สู้ ชีวิต ครั้ง ใหม่ ใน ฐานะ สตรี ผู้ ที่ ต้อง สร้าง คุณ ค่า ให้ แก่ ตัว เอง อีก ครั้ง เจ้าพระยา สุธัมมนตรี ได้ แสดง ความ รัก และ ความ ดู แล อย่าง เต็ม ที่ โดย กั้น บริเวณ ที่ ดิน
ว่าง เปล่า ด้าน หลัง บ้าน ให้ เป็น ที่ ประทับ ส่วน พระ องค์ และ โปรด ให้ สร้าง พระ ตำหนัก สไตล์ ยุโรป ที่ งด งาม ขึ้น มา ใหม่ วัง แห่ง นี้ จึง ถูก เรียก ขาน กัน ว่า วัง ริม คลอง ภาษีเจริญ หรือ วัง ประตู น้ำ ซึ่ง กลาย เป็น ที่ ประทับ ที่ ยาว นาน กว่า 40 ปี จน กระทั่ง สิ้น พระ ชนม์ ชีวิต ที่ วัง ใหม่ นั้น เต็ม ไป ด้วย ความ สงบ ที่ ต้อง แลก มา ด้วย ความ โดด เดี่ยว ใน ฐานะ อดีต พระ ราชินี การ สู้ ชีวิต ของ พระ องค์ คือ การ ยอม รับ ความ จริง และ เยียวยา บาด แผล ทาง อารมณ์ ครับ พระ องค์ ทรง เปลี่ยน ความ สน ใจ ไป สู่ กิจวัตร
ที่ นำ มา ซึ่ง ความ สงบ ทาง ใจ ทรง ใช้ ชีวิต ร่วม กับ พระ ประยูณยาท อย่าง เรียบ ง่าย ทรง จด บันทึก ราย วัน และ ทรง หัน มา ปฏิบัติ ธรรม ทรง บาท เป็น ประจำ ทุก วัน ซึ่ง เป็น การ แสดง ออก ถึง การ วาง จิต วาง ใจ ใน ความ สงบ หลัง พายุ อารมณ์ ที่ พัด ผ่าน ครับ นอก จาก นี้ พระ องค์ ยัง ทรง ดู แล การ ปลูก ต้น ไม้ และ การ เลี้ยง สุนัข อย่าง จริง จัง เพราะ โปรด ปราน ความ ซื่อ สัตย์ ของ สัตว์ เหล่า นั้น ซึ่ง เป็น สิ่ง ที่ หา ยาก ใน โลก ของ ราชสำนัก ที่ เต็ม ไป ด้วย การ แก่ง แย่ง ชิง ดี ครับ และ ใน ฉาก ที่ น่า ประทับ ใจ ที่ สุด คือ
การ เก็บ รักษา ความ ทรง จำ ที่ เจ็บ ปวด แต่ สวย งาม ไว้ กับ ตัว ครับ พระ องค์ ยัง คง ทรง ใช้ ชุด เครื่อง เรือน หลุย สี ขาว ลาย ทอง ที่ รัชกาล ที่ 6 เคย โปรดเกล้า ให้ สร้าง ขึ้น เพื่อ ตก แต่ง พระ ตำหนัก ของ พระ องค์ เอง ตลอด พระ ชน ชีพ เครื่อง เรือน เหล่า นี้ เปรียบ เสมือน อนุสรณ์ แห่ง ความ รัก ที่ เคย อยู่ สูง สุด ที่ พระ องค์ เลือก ที่ จะ เก็บ ไว้ เป็น เครื่อง เตือน ใจ ถึง ช่วง เวลา ที่ เคย มี ความ สุข แม้ จะ รู้ ดี ว่า ความ สุข นั้น อยู่ เพียง 1 เดือน ตาม ที่ พระ สวามี เคย บันทึก ไว้ ต่อ มา ครับ การ สู้ ชีวิต
หลัง ความ ผัน ผวน นี้ ยัง รวม ถึง การ ที่ พระ องค์ ได้ รับ การ ดู แล จาก ผู้ ที่ เคย เป็น ศัตรู ทาง อารมณ์ อย่าง พระ นาง เจ้า สุวัฒนา ซึ่ง ทรง แสดง อภัยทาน อัน ยิ่ง ใหญ่ โดย การ โปรด ให้ สมเด็จ เจ้า ฟ้า เพชรรัตนราชสุดา เสด็จ ไป ทรง เยี่ยม อยู่ เป็น ประจำ และ สมเด็จ เจ้า ฟ้า ก็ ทรง ออก พระ นาม ด้วย ความ เคารพ ว่า แน่ อิน ซึ่ง สาย สัมพันธ์ นี้ เป็น เสมือน การ สมาน รอย ร้าว ที่ เกิด ขึ้น ใน รุ่น พ่อ แม่ โดย ผ่าน ความ รัก ที่ บริสุทธิ์ ของ พระ ราชธิดา ครับ ตอน ที่ 9 วาระ สุด ท้าย หลัง จาก ที่ สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี
พระ วรราชายา ทรง เลือก ใช้ ชีวิต อย่าง สงด วัง ริม คลอง ภาษีเจริญ การ สู้ ชีวิต ของ พระ องค์ มิ ได้ จบ ลง ด้วย การ เป็น เพียง อดีต เลย นะ ครับ แต่ เป็น การ สร้าง คุณ ค่า ใหม่ ให้ แก่ ตน เอง และ สังคม ใน ฐานะ สตรี ผู้ ที่ ต้อง พิสูจน์ ตน เอง หลัง การ ถูก ปลด จาก ตำแหน่ง สูง สุด ครับ แม้ จะ ไม่ มี ตำแหน่ง พระ อัครมเหสี ค้ำ จุน อีก ต่อ ไป แล้ว แต่ พระ องค์ ยัง คง มุ่ง มั่น ใน กิจการ สาธารณะ ที่ เคย ทรง อุปถัมภ์ มา ตั้ง แต่ สมัย รุ่งเรือง โดย เฉพาะ อย่าง ยิ่ง ทรง ดำรง ตำแหน่ง เป็น สภา นายิกา ของ วชิรพยาบาล และ ยัง คง พระ ราชทาน
เงิน บำรุง วชิรพยาบาล อยู่ เสมอ ครับ ซึ่ง แสดง ให้ เห็น ถึง ความ รับ ผิด ชอบ ที่ มั่น คง ต่อ หน้า ที่ ที่ ได้ รับ มอบ หมาย จาก พระ ราชสวามี อย่าง ไม่ เปลี่ยน แปลง ครับ แต่ สิ่ง ที่ โดด เด่น และ แสดง ถึง จิต วิญญาณ แห่ง ความ ทัน สมัย ของ พระ องค์ อย่าง แท้ จริง คือ การ บุก เบิก ด้าน การ กีฬา สำหรับ สตรี ใน ประเทศ ครับ เนื่อง จาก พระ องค์ ทรง โปรด ปราน การ กีฬา มา ตั้ง แต่ ทรง พระเยา และ ได้ ทรง ใช้ ความ สน ใจ นี้ ใน การ ก่อ ตั้ง ทีม ฟุตบอล หญิง ทีม แรก ของ ประเทศ ขึ้น มา ซึ่ง นับ เป็น การ ก้าว ข้าม กรอบ ประเพณี อย่าง กล้า หาญ ใน ยุค นั้น เลย นะ ครับ
พระ องค์ ทรง ควบ คุม และ ฝึก ซ้อม นัก กีฬา หญิง ด้วย พระ องค์ เอง อย่าง เข้ม งวด โดย มี กฎ ระเบียบ ที่ เคร่ง ครัด เช่น การ กำหนด ให้ นัก กีฬา ต้อง วิ่ง ให้ ครบ จำนวน รอบ ที่ กำหนด โดย พระ องค์ จะ ประทับ ทอด พระ เนตร ด้วย พระ องค์ เอง ตลอด เวลา เพื่อ ปลูก ฝัง ระเบียบ วินัย และ ความ เข้ม แข็ง ทาง ร่าง กาย ให้ แก่ สตรี การ กระทำ เหล่า นี้ สะท้อน ถึง การ เป็น สตรี หัว ก้าว หน้า ที่ ต้องการ ยก ระดับ บท บาท และ ความ สามารถ ของ เพศ หญิง ให้ ทัด เทียม กับ สากล โลก เป็น การ สู้ ชีวิต ด้วย การ ใช้ พลัง ทาง ความ คิด เพื่อ สร้าง
ความ เปลี่ยน แปลง ครับ นอก จาก นี้ การ ศึกษา ก็ เป็น อีก หนึ่ง เสา หลัก ที่ พระ องค์ ทรง ให้ ความ สำคัญ อย่าง ยิ่ง ครับ พระ องค์ ทรง ประทาน ทุน การ ศึกษา แก่ นัก เรียน ใน โรง เรียน ราชินี และ ราชินี บูรณะ อย่าง สม่ำ เสมอ ซึ่ง เป็น การ สร้าง โอกาส และ อนาคต ให้ แก่ เยาวชน ซึ่ง เป็น สิ่ง ที่ ทรง ยึด มั่น ทำ มา อย่าง ต่อ เนื่อง ยาว นาน ครับ และ บท สรุป ที่ ยิ่ง ใหญ่ ที่ สุด ของ การ สร้าง คุณ ค่า ให้ ชีวิต คือ การ ตัด สิน พระทัย บริจาค ที่ ดิน กว่า 89 ไร่ พร้อม พระ ตำหนัก สวน ราชฤดี ที่ นครปฐม สถาน ที่ เคย มี ความ ทรง จำ
ที่ ดี กับ รัชกาล ที่ 6 ให้ แก่ ทาง ราชการ เพื่อ ใช้ เป็น สถาน ศึกษา ซึ่ง ปัจจุบัน คือ โรง เรียน อินทรศักดิ์ศึกษา ครับ การ กระทำ นี้ มิ ใช่ เพียง การ บริจาค จาก ทรัพย์ สิน แต่ เป็น การ เปลี่ยน ความ รัก และ ความ ผิด หวัง ใน อดีต ให้ กลาย เป็น มรดก ทาง ปัญญา ที่ จะ อยู่ คู่ แผ่น ดิน ไทย อย่าง ถาวร เป็น การ พิสูจน์ ให้ เห็น ว่า แม้ จะ งง ถูก ลด พระ อิสริยศ และ ถูก ปฏิเสธ ทาง เกียรติยศ แต่ พระ องค์ ก็ ยัง คง ทำ หน้า ที่ เป็น ผู้ สร้าง คุณ ประโยชน์ และ เป็น ผู้ บุก เบิก ใน เงา มืด อย่าง ไม่ หยุด หยัง ตลอด พระ ชน ชีพ ที่
เหลือ อยู่ ครับ แต่ ชีวิต ที่ ยาว นาน และ เต็ม ไป ด้วย การ ต่อ สู้ คู่ นั้น ก็ ต้อง ถึง จุด สิ้น สุด ใน วัน ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2518 สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี ทรง เริ่ม ประชวน ด้วย อาการ ปวด พระ นาพี อย่าง รุนแรง และ เข้า รับ การ ถวาย การ รักษา ที่ โรง พยาบาล ศิริราช พระ อาการ ประชวน มี แต่ ทรง กับ ทรุด ลง เรื่อย ๆ ตลอด ระยะ เวลา หลาย เดือน ที่ ทรง ประทับ ที่ โรง พยาบาล แม้ จะ ทรง ประชวน หนัก แต่ ก็ ยัง คง มี ปฏิสันฐาน และ แสดง ความ ห่วง ใย ต่อ เครือ ญาติ อย่าง สม่ำ เสมอ จน กระทั่ง เช้า ตรู ของ วัน ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518
สมเด็จ พระ นาง เจ้า อินทรศักดิ์สจี พระ วรราชายา ก็ สิ้น พระ ชนม์ อย่าง สงบ ณ โรง พยาบาล ศิริราช กรุงเทพมหานคร ด้วย พระ อาการ พระ หทยวาย สิริ พระ ชนมายุ ได้ 73 ปี 5 เดือน 20 วัน การ จาก ไป ของ ท่าน ได้ รับ การ ถวาย พระ เกียรติ อย่าง สมบูรณ์ จาก แผ่น ดิน พระ บาท สมเด็จ พระ มหาภูมิพลอดุลเลยา ทรง มี พระ มหากรุณาธิคุณ รับ พระ ศพ ไว้ ใน พระ บรมราชานุเคราะห์ ตลอด และ พระ ราชทาน พระ โกศ ทองน้อย ทรง พระ ศพ ซึ่ง ถือ เป็น การ ล้าง มลทิน ทาง เกียรติยศ และ เป็น บท สรุป ชีวิต ที่ แสดง ให้ เห็น ว่า ความ บาด หมาง ใน อดีต ได้ จบ ลง แล้ว และ ความ สง่า งาม ของ พระ องค์
ยัง คง อยู่ คู่ กับ ราชวงศ์ จักรี ตลอด ไป ตอน ที่ 10 โศกนาฏกรรม กลาง สวน ใน ขณะ ที่ สตรี หลาย พระ องค์ ซึ่ง มี ความ ผูก พัน กับ พระ บาท สมเด็จ พระ มงกุฎเกล้า เจ้า อยู่ หัว ได้ พบ กับ ความ สงบ ใน บ้าน ปลาย ชีวิต พระ นาง เธอ ลักษี ลาวัล สตรี ผู้ เคย เป็น พระ คู่ มั่น และ เป็น ศิราาณี ให้ แก่ พระ ราชสวามี กลับ ต้อง เผชิญ กับ โชค ชะตา ที่ จบ ลง ด้วย ความ รุนแรง และ น่า สลด ใจ ที่ สุด เพราะ หลัง จาก การ แยก กัน อยู่ กับ รัชกาล ที่ 6 ด้วย ความ เข้า ใจ พระ นาง เธอ ลักษี ลาวัล ทรง เลือก ใช้ ชีวิต อย่าง อิสระ และ สันโดษ ภาย ใน
วัง ส่วน พระ องค์ ครับ ทรง เป็น สตรี ผู้ ที่ มี ความ คิด ล้ำ ยุค และ เก่ง กล้า สามารถ ทรง ใช้ เวลา ใน การ เขียน บท ละคร แต่ง นวนิยาย และ ก่อ ตั้ง คณะ ละคร ของ พระ องค์ เอง นี่ คือ การ สู้ ชีวิต ใน แบบ ฉบับ ของ ผู้ หญิง ที่ ต้องการ ยืน หยัด ด้วย ความ สามารถ ส่วน ตัว ไม่ ยึด ติด กับ เกียรติยศ หรือ ต้อง พึ่ง พา ใคร ใน ราชสำนัก ทรง เป็น สัญลักษณ์ ของ สตรี ที่ รัก อิสระ และ ใช้ ชีวิต ตาม ใจ ปรารถนา อย่าง แท้ จริง ครับ ท ว่า ความ สันโดษ และ อิสระ นี้ เอง กลับ กลาย เป็น จุด อ่อน ที่ นำ พา ไป สู่ ภัย พิบัติ เมื่อ พระ ชนมายุ
มาก ขึ้น พระ องค์ ทรง เริ่ม มี พระ อารมณ์ ฉุนเฉียว และ เกรี้ยว กราด ใส่ คน รับ ใช้ บ่อย ครั้ง จน คน รับ ใช้ ที่ ไว้ ใจ ได้ ลา ออก ไป เกือบ หมด ทำ ให้ ต้อง รับ คน สวน ชุด ใหม่ เข้า มา ดู แล งาน ใน วัง คือ นาย แสง และ นาย วีรัตน์ ผู้ ซึ่ง เป็น คน แปลก หน้า และ ไม่ ได้ รับ การ ตรวจ สอบ ประวัติ อย่าง ถี่ ถ้วน ครับ แม้ ว่า เจ้า พี่ เจ้า น้อง จะ เคย ทูล เตือน ถึง ความ ไม่ ปลอด ภัย ของ การ อยู่ โดด เดี่ยว โดย มี คน แปลก หน้า อยู่ ใกล้ ชิด แต่ พระ นาง เธอ รัก สหมีลาวัล ทรง วาง พระทัย พระ ทรง เชื่อ มั่น ใน ความ สามารถ ที่ จะ
ป้อง กัน พระ องค์ เอง ได้ และ ทรง พก พระ แสง ปืน ติด พระ องค์ ไว้ เสมอ ครับ แต่ ความ เชื่อ ใจ ที่ ผิด พลาด นี้ ได้ นำ ไป สู่ โศกนาฏกรรม ที่ ไม่ คาด คิด ใน ปี พุทธศักราช 2540 นาย แสง และ นาย วีรัตน์ ซึ่ง เชื่อ ว่า บน ตำหนัก มี ทรัพย์ สิน และ เครื่อง เพชร เครื่อง ทอง ซ่อน อยู่ ได้ ร่วม กัน วาง แผน ปล้น และ ตัด สิน ใจ ก่อ เหตุ อย่าง อมหิต ใน ช่วง เวลา ที่ พระ นาง เธอ ลักษีลาวัล ทรง ลง มา ตรวจ ดู สวน และ บ่น ถึง ความ ไม่ เรียบ ร้อย ของ คน สวน เหงือน เช่น เคย ครับ ใน จังหวะ นั้น เอง นาย แสง และ นาย วีรัตน์ ได้ ย่อง เข้า
ทาง ด้าน หลัง และ ใช้ ชะลง ฟาด ทำ ร้าย พระ นาง เธอ รัก สหมีลาวัล อย่าง โหด เหี้ยม จน สิ้น พระ ชนม์ ณ บริเวณ สวน ใน วัง ของ พระ องค์ เอง อย่าง น่า สยด สยอง หลัง ก่อ เหตุ คน ร้าย ได้ บุก ขึ้น ไป บน พระ ตำหนัก กวาด เอา ทรัพย์ สิน มี ค่า รวม ถึง ตรา จักรี บรมราชวงศ์ ซึ่ง พวก เขา ไม่ ทราบ ถึง คุณ ค่า ที่ แท้ จริง ไป และ เพื่อ อำพราน คดี คน ร้าย ได้ นำ พระ ศพ ไป ซ่อน ไว้ ใน โรง รถ ของ หวัง อย่าง เหี้ยม โหด และ เย็น ชา ครับ ความ น่า ตก ตะลึง ของ เหตุ การณ์ นี้ คือ ไม่ มี ผู้ ใด ทราบ เรื่อง นี้ เลย เป็น เวลา ถึง 3 วัน เต็ม จน กระทั่ง มี ผู้
มา เยี่ยม เยือน และ พบ ว่า หวัง เงียบ ผิด ปกติ จึง บุก เข้า ไป ตรวจ สอบ และ พบ กับ พระ ศพ ที่ ถูก ซ่อน ไว้ ครับ การ สิ้น พระ ชนม์ ของ พระ นาง เธอ ลักษี ลาวัล ได้ กลาย เป็น คดี สะเทือน ขวัญ ที่ ทำ ให้ คน ทั้ง ประเทศ ตก ตะลึง ถือ เป็น โศกนาฏกรรม ที่ รุนแรง ที่ สุด ที่ เกิด ขึ้น กับ เจ้า หญิง ใน ราชวงศ์ จักรี เป็น บท สรุป ชีวิต ที่ น่า เศร้า และ ไม่ สม พระ เกียรติ ของ สตรี ผู้ รัก อิสระ และ เปี่ยม ความ สามารถ ครับ การ ตาย ของ พระ นาง เธอ ลักษี ลาวัล ได้ ทิ้ง ไว้ ซึ่ง คำ ถาม อัน ลึก ซึ้ง ถึง สัจธรรม ของ ชีวิต ว่า แม้ จะ
เลือก ทาง เดิน ที่ ต้องการ เป็น อิสระ และ ห่าง ไกล จาก ความ วุ่นวาย ของ ราชสำนัก แล้ว แต่ ความ โดด เดี่ยว และ ความ ไว้ วาง ใจ ผิด คน ก็ ยัง สามารถ นำ พา มา ซึ่ง จุด จบ อัน แสน โหด ร้าย ได้ ครับ นี่ คือ ความ จริง อัน น่า เจ็บ ปวด ที่ เกิด ขึ้น ใน เงา มืด ของ ประวัติศาสตร์ ครับ ขอบคุณ สำหรับ การ รัก ชม มหากราบ แห่ง รัก และ ราชบัลลังก์ มา จน ถึง บท สรุป สุด ท้าย นี้ นะ ครับ หาก มี ข้อ ผิด พลาด ประการ ใด ทั้ง ใน การ อ่าน หรือ การ พูด ที่ อาจ ติด ขัด ไป บ้าง ใน การ นำ เสนอ เรื่อง ราว อัน ละเอียด อ่อน นี้ ผม ต้อง ขอ
กราบ อภัย มา ณ ที่ นี้ ด้วย นะ ครับ และ ขอ สัญญา ว่า จะ พยายาม ปรับ ปรุง พัฒนา ตัว เอง ให้ ดี ยิ่ง ขึ้น ไป เรื่อย ๆ ครับ ยัง ไง ก็ ฝาก เป็น กำลัง ใจ ให้ ผม ด้วย นะ ครับ เรื่อง ราว ทาง ประวัติศาสตร์ โดย เฉพาะ ใน มิติ ของ ความ รับ และ อารมณ์ ความ รู้ สึก ส่วน ตัว ของ บุคคล สำคัญ นั้น เป็น เรื่อง ที่ ค่อน ข้าง ละเอียด อ่อน และ มี หลาก หลาย มุม มอง ครับ บาง เรื่อง อาจ แตก ต่าง ไป จาก สิ่ง ที่ ทุก ท่าน เคย รับ ทราบ มา บ้าง ยัง ไง ก็ ขอ ให้ ทุก ท่าน ใช้ วิจารณญาณ ใน การ รับ ชม ด้วย นะ ครับ การ เรียน รู้ ใน มุม มอง ที่ แตก ต่าง
นั้น ไม่ ใช่ เรื่อง ผิด พลาด เลย ครับ เพราะ นั่น จะ ช่วย ให้ เรา เข้า ใจ ความ เป็น มนุษย์ เบื้อง หลัง บัลลังก์ ได้ ลึก ซึ้ง ยิ่ง ขึ้น ถ้า ทุก ท่าน ชื่น ชอบ คลิป ดราม่า ประวัติศาสตร์ ที่ เข้ม ข้น แบบ ที่ ช่อง ของ เรา นำ เสนอ ก็ อย่า ลืม กด ไลค์ กด แชร์ และ กด ติด ตาม ช่อง Infinity F ของ เรา เพื่อ เป็น กำลัง ใจ ให้ กับ ทีม งาน ทุก คน ด้วย นะ ครับ หาก มี ข้อ คิด เห็น หรือ คำ ติ ชม ประการ ใด สามารถ คอมเมนต์ มา ได้ เลย ครับ ผม ยิน ดี น้อม รับ ทุก ความ เห็น เลย ครับ ก่อน จาก กัน ใน วัน นี้ ผม ขอ ฝาก ให้ ทุก ท่าน รักษา สุขภาพ ด้วย
นะ ครับ ช่วง นี้ อากาศ เปลี่ยน แปลง บ่อย ขอ ให้ ทุก ท่าน ดู แล ตัว เอง ดี ๆ นะ ครับ ผม ขอ ลา ทุก ท่าน ไป กับ คลิป นี้ เจอ กัน ใหม่ ใน โอกาส หน้า สวัสดี ครับ
